ยินดีต้อนรับสู่โลก DIABOLIK LOVERS แปลไทย สร้างมาเพื่อเก็บ บทแปลเพลง ดราม่าซีดี เกม อนิเมะ และบทสรุปเกมของ Diabolik Lovers ที่เราได้จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะค่ะ

★อัพเดทใหม่★

[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] ภาค DARK FATE - บทนำ Prologue

บทความที่ได้รับความนิยม

[Charecter Song] MORE Character Song Vol.6『愛しきPain』- ซาคามากิ สุบารุ (CV.คอนโด ทาคาชิ)



DIABOLIK LOVERS 

MORE Character Song Vol.6


『愛しきPain』

(ความเจ็บปวดแสนรัก)

逆巻 スバル  CV.近藤 隆
ซาคามากิ สุบารุ CV.คอนโด ทาคาชิ


**คำเตือน** 

เพลงของทาง Diabolik Lovers นั้นจะชอบใช้คำเปรียบเปรยค่ะ
เพราะงั้นในเนื้อเพลงจะเป็น คันจิ(คำอ่าน) 
ทั้งคันจิและคำอ่านในบางประโยคคือความหมายเดียวกัน
และในบางประโยคคือคำเปรียบเปรยหรือความหมายสองแบบ
เราจะแปลแบบรวมความหมายทั้งสองแบบนะคะ เพื่อให้ได้คำแปลที่สมบรูณ์ที่สุด

>>> เอาจริง ๆ เพลงมันเหมือนกลอนเปรียบเปรยอะคะ แปลยังไงก็ไม่รู้ว่าตรงมั้ย 
เพราะงั้นเราแปลไปตามประโยคของญี่ปุ่นแบบตรง ๆ เลยค่ะ ไม่ได้ตีความหรืออะไรเลย
มันจะหมายความว่ายังไง ใช้ความรู้สึกของตัวเองได้เลยจ้า <<<

を ออกเสียงว่า wo(โวะ) แต่จะผันเป็น o(โอะ) ได้ 
ปกติเวลาเขียนโรมันจิจะเขียน o เพราะส่วนใหญ่จะออกเสียง o
แต่ในเพลงของdiabolik ชอบออกเสียง wo(โวะ) เต็มเสียง เลยจะเขียนเป็น wo ค่ะ

❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ :  สุบารุคุง ซึ้งจังเลย แถมยาวมากเลย T^T
เจอสุบารุเข้าโหมดซึ้ง ถึงกับแปลไม่ออกเลย คำมันคลุมเครือจริง ๆ
ไม่เข้าใจธีมเพลงมากเลย กว่าจะเข้าใจล่อไป 4 วัน ผิดแล้วผิดอีก 

__________________________________________________________


เนื้อเพลง

何も無い心(ばしょ)に咲いたものを、摘んだなら  あの日に捧げよう
Nani mo nai kokoro(basho) ni saita mono wo tsundanara Ano hi ni sasageyou
หากเด็ดสิ่งที่เบ่งบานอยู่ในหัวใจที่ไม่มีอะไรเลยขึ้นมาล่ะก็ จะขออุทิศให้ในวันนั้นเลย

言葉を撰(えら)ばず  消せない傷を 今、伝えられたら
Kotoba wo erabazu kesenai kizu wo ima, tsutaeraretara
ถ้าบอกเล่าบาดแผลที่ลบไม่ได้โดยไม่เลือกสรรถ้อยคำออกไปในตอนนี้ล่ะก็


回る季節の中   滲む夕陽に、どこか想い返す  狂った日々
Mawaru kisetsu no naka Nijimu yuuhi ni ookoka omoi kaesu Kurutta hibi
ในอาทิตย์อัสดงพร่าเบลอ ท่ามกลางฤดูกาลที่หมุนเวียน มีบางอย่างชวนหวนนึกถึง วันคืนที่บ้าคลั่ง

吐息に混じった  錆びた匂い umm……永遠に薫(かお)れば
Toiki ni majitta Sabita nioi Umm…… eien ni kaoreba
กลิ่นสนิมปนออกมากับการถอนหายใจ  อืมมม...ถ้าได้กลิ่นไปตลอดกาลได้ล่ะก็


離れ離れになるのが、怖くていつも 勝手に  痕跡(あと)を残してたね
Hanarebanare ni naru no ga, kowakute itsumo Katte ni konseki(ato) wo nokoshiteta ne
กลัวที่จะต้องพลัดพรากจากกันไปอยู่เสมอ เที่ยวมาทิ้งร่องรอยไว้ตามใจชอบ

目の裏の残影(かげ)だけーー………
Me no ura no zanei(kage) dakeーー………
มีเพียงรอยเงาหลังดวงตาเท่านั้น...

「………消せなくて」
[ ... Kesenakute ]
"...ที่ลบไม่ออกเลย"


愛しきPain  ひとりじゃないから ひとりじゃないというなら
Itoshiki Pain hitori ja nai kara hitori ja nai to iu nara
ความเจ็บปวดอันเป็นที่รักยิ่ง เพราะไม่ได้เป็นตัวคนเดียว ถ้าไม่ได้เป็นคนเดียวแล้วล่ะก็

月の光が  ふたりを分断(わ)かつ前に  嘘をひとつ、おくれ
Tsuki no hikari ga futari wo bundan(wa)katsu mae ni  uso wo hitotsu, okure
ก่อนหน้าที่แสงจันทร์จะแยกเราสองคน ช่วยโกหกกันสักเรื่องทีเถอะ

そっと抱きしめた  壊れかけの You(are)gone
Sotto dakishimeta Koware kake no You're gone
โอบกอดเธอที่ตายแล้วกำลังจะแตกสลายไปเอาไว้เบา ๆ 

薔薇(おもい)が  散る前にーー………
bara(omoi) ga chiru mae ni…
ก่อนกุหลาบแทนความรู้สึกจะร่วงหล่น…


止まる時計の針 紅い彼方に、いつも震えながら  隠した瞳孔(もの)
Tomaru tokei no hari  Akai kanata ni, itsumo furue nagara kakushita doukou(mono) 
เข็มนาฬิกาที่หยุดเดิน ในสีแดงอันไกลโพ้น บางสิ่งในดวงตาหลบซ่อนขณะที่ตัวสั่นอยู่เสมอ

無難に芽生えた 罪の意識 umm……必然と言うなら
bunan ni mebaeta Tsumi no ishiki  umm…… hitsuzen to iu nara 
ต้นอ่อนของสำนึกในบาปได้แตกสาขาอย่างอิสระ  อืมม...หากเรียกว่าเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ละก็


胸を締めつけられると、遠のく いつも 必死に 君を求めていた
mune wo shimetsukerareru to, toonoku itsumo hisshi ni kimi wo motomete ita 
พอหน้าอกถูกบีบรัดทีไร ก็ไกลห่างออกไป มักจะเฝ้าออกตามหาไขว้คว้าเธออย่างเต็มกำลัง

かきあげた前髪───………
kakiageta maegami ....
จนเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น...


「………側にいてくれ」
「……… soba ni ite kure」
"...ช่วยอยู่ข้าง ๆ กันที"


愛しきPain 誰かじゃないから、誰かじゃないと信じて
itoshiki Pain dareka ja nai kara, dareka ja nai to shinjite 
ความเจ็บปวดอันเป็นที่รักยิ่ง เชื่อมั่นว่าไม่ใช่ใครอื่น เพราะไม่ใช่ใครอื่นยังไงล่ะ

銀の楔(くさび)が  鼓動をとめる前に 愛をひとつ、おくれ
gin no kusabi ga kodou wo tomeru mae ni ai wo hitotsu, okure 
ก่อนที่ลิ่มเงินจะหยุดหัวใจไป ช่วยรักกันสักครั้งที

もう、泣かないで  曖昧でもgoes on
mou , nakanaide aimai demo goes on 
อย่าได้ร้องไห้อีกเลย แม้จะคลุมเครือ แต่จะหายไป

薔薇(ねがい)が  咲く様にーーー………
bara(negai) ga saku you ni ………
เพื่อให้กุหลาบแทนความปรารถนาได้ผลิบาน...


「誰にも愛されたことがない 愛された記憶もない」
「dare ni mo aisareta koto ga nai aisareta kioku mo nai」
"ไม่เคยถูกใครรัก ความทรงจำว่าถูกรักก็ไม่มี"

「自分が自分でいられるのは、何かを壊してる時だけ」
「jibun ga jibun de irareru no wa, nanika o kowashiteru toki dake」
"ในตอนที่เป็นตัวของตัวเองนั้น มีแค่เวลาที่ทำลายอะไรสักอย่างเท่านั้น"

「でも、お前と出会って、少しだけ 分かったんだ。」
「demo, omae to deatte, sukoshi dake wakattanda.」
"แต่ว่า, พอได้เจอกับเธอเพียงแค่แป๊บเดียว ก็เข้าใจได้เลย"

「もしかしたら、見つけられるかもしれない」
「moshikashitara, mitsukerareru kamoshiranai」
"บางที อาจจะเจอแล้วก็เป็นได้"

「そんな淡い予感を 感じさせてくれたから」
「sonna awai yokan wo kanjisasete kureta kara」
"เพราะลางสังหรณ์ที่เบาบางทำให้รู้สึกได้ยังไงล่ะ"

「そんな女は、お前だけだから───……」
「sonna onna wa, omae dake dakara───……」
"ว่าผู้หญิงแบบนั้นน่ะ, มีแค่เธอเท่านั้นเอง..."


「………オレと永遠に生きてくれ…」
「………ORE to eien ni ikitekure…」
"...มามีชีวิตอยู่กับฉันไปชั่วนิรันดร์เถอะ ..."


愛しきPain  ひとりじゃないから ひとりじゃないというなら
Itoshiki Pain hitori ja nai kara hitori ja nai to iu nara
ความเจ็บปวดอันเป็นที่รักยิ่ง เพราะไม่ได้เป็นตัวคนเดียว ถ้าไม่ได้เป็นคนเดียวแล้วล่ะก็

月の光が  ふたりを分断(わ)かつ前に  嘘をひとつ、おくれ
Tsuki no hikari ga futari wo bundan(wa)katsu mae ni  uso wo hitotsu, okure
ก่อนหน้าที่แสงจันทร์จะแยกเราสองคน ช่วยโกหกกันสักเรื่องทีเถอะ


愛しきPain  ひとりじゃないから ひとりじゃないというなら
Itoshiki Pain hitori ja nai kara hitori ja nai to iu nara
ความเจ็บปวดอันเป็นที่รักยิ่ง เพราะไม่ได้เป็นตัวคนเดียว ถ้าไม่ได้เป็นคนเดียวแล้วล่ะก็

月の光が  ふたりを分断(わ)かつ前に  嘘をひとつ、おくれ
Tsuki no hikari ga futari wo bundan(wa)katsu mae ni  uso wo hitotsu, okure
ก่อนหน้าที่แสงจันทร์จะแยกเราสองคน ช่วยโกหกกันสักเรื่องทีเถอะ

そっと抱きしめた  壊れかけの You(are)gone
Sotto dakishimeta  Koware kake no You're gone
โอบกอดเธอที่กำลังจะแตกสลายไปเอาไว้เบา ๆ 

薔薇(おもい)が  散る前にーー………
bara(omoi) ga chiru mae ni…
ก่อนกุหลาบแทนความรู้สึกจะร่วงหล่น …


何も無い心(ばしょ)に咲いたものは、君の為、いつでも想ってた
Nani mo nai basho ni saita mono wa Kimi no tame, itsudemo omotteta
สิ่งที่เบ่งบานอยู่ในหัวใจที่ไม่มีอะไรเลยนั้น มีไว้ก็เพื่อเธอ คิดแบบนั้นอยู่เสมอ

言葉を撰(えら)ばず  消せない傷は 今、消えて、ひとつに
Kotoba wo erabazu kesenai kizu wa ima, kiete, hitotsu ni
บาดแผลที่ไม่ลบเลือนที่สรรหาถ้อยคำไม่ได้นั้น ในตอนนี้ หายไป และกลายเป็นหนึ่ง

[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] Haunted Dark Bridal - ซาคามากิ อายาโตะ (Dark)


              [บทสรุปเกม Guide & Walkthrough]               
  
DIABOLIK LOVERS
Haunted Dark Bridal -

(เจ้าสาวที่ถูกความมืดหลอกหลอน)


***ภาคนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของปริศนาของทั้งซีรีส์
**เราจะไม่สปอยและไม่เฉลยช่วงตอน 1-6 ก่อนนะคะ อยากให้เล่นแบบอ่านเนื้อเรื่องด้วย
เพราะเกมแบบนี้มันสนุกตรงที่ผลคำตอบที่เลือก 
เพื่อความฟิน (ฮา)
**พยายามจะแปลให้หมด แต่บางช่วงขอแค่สรุปนะคะ**
______________________________________________________________________

                               System (ระบบเกม)                             

                          เฉลยคำตอบทั้งหมดในภาค                       

                 แนะนำเกมภาค Haunted Dark Bridal              
______________________________________________________________________

        เลือกบท        
Dark , Maniac , Ecstasy

-------------------------------------------------------------
     DARK     
-------------------------------------------------------------

逆巻アヤト CV.緑川 光
ซาคามากิ อายาโตะ 
(CV.มิโดริคาว่า ฮิคารุ)



ขอเรียกตัวที่เราเล่นหรือนางเอก ว่า "ยุย" นะคะ

  Prologue (บทนำ)               



--- ฉาก : ห้องเรียน ---


เปิดมาจะเป็นฉากในห้องเรียนที่ยุยอยู่ ยุยจะบ่นว่า 
"เฮ่อ ทุกคนไปกันหมดแล้ว" 
(มันก็แน่อยู่แล้วนี่นะ ... ก็หมดชั่วโมงเรียนแล้วนี่)
(แต่ว่า ... ยังไม่อยากกลับเลยยังไงก็ไม่รู้)
(ไม่คิดเลยว่าบ้านของญาติห่าง ๆ ที่ได้ยินมาจะเป็นบ้านของแวมไพร์เนี่ย ...)
(แล้วยังถูกบอกว่าให้ยกเลือดให้อีกด้วยสิ)
"เฮ่อ ..."
"จากนี้ไป ... ฉันจะเป็นยังไงกันนะ ?"
"ยิ่งไปกว่านั้น ... มีโรงเรียนภาคค่ำแบบนี้อยู่ด้วย มันรู้สึกแปลก ๆ จัง"

--ยุยนึกย้อนกลับไป--


ยุย : เอ๋ ย้ายไปเรียนโรงเรียนภาคค่ำ !?
เรย์จิ : ใช่แล้วครับ
ยุย : ทำไมต้องอุตส่าห์ให้ย้ายด้วยล่ะคะ 
เรย์จิ : พอได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว จะไม่ใช้ชีวิตประจำวันร่วมในวงจรของพวกเราไม่ได้หรอกนะครับ
เรย์จิ : เพราะสามัญสำนึกของมนุษย์เลยจะบอกว่าให้ทำกิจกรรมน่ารำคาญในตอนกลางวันน่ะมันเป็นการรบกวนนะครับ
ยุย : หมายความว่ายังไงกันคะ ?
เรย์จิ : ให้ตายสิ ... เข้าใจอะไรยากจริง ๆ ถ้าไม่อธิบายตั้งแต่ต้นจนจบก็จะไม่เข้าใจเหรอครับ ?
ยุย : ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ...
เรย์จิ : แวมไพร์อย่างพวกเรานั้น โดยหลัก ๆ แล้วช่วงเวลากลางคืนคือเวลาการทำกิจกรรมและกลางวันจะพักผ่อนครับ
เรย์จิ : ผมกำลังบอกว่าหวังจะให้คุณเองก็ต้องทำกิจกรรมตามวงจรที่แบบเดียวกันครับ
ยุย : งั้น โรงเรียนนั้นก็ ...
เรย์จิ : ผมได้จัดการให้คุณได้เข้าโรงเรียนไปกลับเดียวกับพวกเราแล้วครับ
(**เรย์จิพูดว่าโรงเรียนไปกลับ คือเหมือนโรงเรียนไทย ที่ญี่ปุ่นจะแบ่งเป็นโรงเรียนไปกลับและโรงเรียนที่ต้องประจำหอ)
ยุย : อะ -อะไรกัน จัดการให้แล้ว ... !
เรย์จิ : ถ้ามีเรื่องจะบ่นล่ะก็ เชิญออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ตามสบายเลยครับ
ยุย : อุ ...


--กลับมาฉากในห้องเรียน--

ยุยคิดในใจว่า (ที่จริงก็ไม่มีที่จะไปด้วยสิ ... คงมีแต่ต้องทำตามแล้วล่ะนะ) 
แล้วก็ถอนหายใจ "เฮ่อ" แล้วก็คิดในใจว่า 
(นึกว่าจะเป็นพวกโรงเรียนที่รองรับเฉพาะแวมไพร์รึเปล่าแต่นักเรียนคนอื่น ๆ เป็นมนุษย์ธรรมดากันหมดเลย) 
(คงน่าจะพอไหวล่ะนะ ? อื้ม) 
(แต่จะว่าไป มีแต่ต้องทำให้ได้เท่านั้นสิ !) 


อยู่ ๆ ไฟก็ดับ ยุยตกใจ "เอ๊ะ อะไรน่ะ ?" แล้วก็คิด 
(ไฟดับเหรอ !?แต่ว่าโรงเรียนภาคค่ำไฟดับเนี่ยนะ ) 
(จะทำยังไงดีล่ะ? เบรกเกอร์ ... อยู่ไหนก็ไม่รุ้ ก่อนอื่นไปที่ห้องพักครูก่อนดีกว่า ..) 
แล้วอายาโตะก็โผล่มา 


อายาโตะ เฮ้ 
ยุยร้องกรี๊ด อายาโตะเลยบอกว่า 
อายาโตะ อย่าส่งเสียงดังเซ่ 
ยุย อายาโตะคุง ! ขอโทษนะ อยู่ ๆ ก็โผล่มาในความมืดเลยตกใจ
อายาโตะ นึกว่าผีโผล่มาเหรอ ? 
ยุยก็พูดไม่ถูกเลย 
ยุย คือว่า... (ก็มันเหมือนผีโผล่มาเลยนี่น่า ...) 
อายาโตะ :เอ้า ท่านอายาโตะคนนี้อุตส่าห์มารับเชียวนะ อย่ามัวแต่ชักช้าอยู่เซ่ รีบ ๆ กลับกันได้แล้ว 
ยุย เอ๊ะ ? กลับ ?
อายาโตะ ว่าแต่มาอยู่ซะดึกในที่แบบนี้ทำอะไรอยู่ ? 
ยุย เอ๊ะ!? เอ่อคือ ...
ยุย ฉันเพิ่งย้ายเข้ามาเรียน ก็เลยคิดว่าอยากจะรีบ ๆ ทำตัวให้คุ้นไว ๆ น่ะ 
อายาโตะ : หืม ?
อายาโตะ ฉันคิดว่าจะหนีไปแล้วซะอีก
ยุยเลยตกใจ อายาโตะก็เลยบอกว่า 
อายาโตะ ฮึ ทำหน้าแบบนั้นแสดงว่า กะว่าจะทำแบบนั้นเหมือนกันสินะ ?
อายาโตะ นี่เธอ ไม่รู้จุดยืนของตัวเองเลยเหรอ ?
ยุย : จุดยืน ?
อายาโตะ : เธอเลือกฉันแล้วนี่น่า ? ก็หมายความว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอคืออาหารของฉันไงเล่า
ยุย : อะไรกัน ?
*เสียงอายาโตะเหมือนพังโต๊ะ*
อายาโตะ : อา ... หิวชะมัด เพราะว่าเธอไม่ยอมรีบกลับนั่นล่ะ !
*อายาโตะจับยุย*


ยุยกรีดร้อง แล้วอายาโตะก็แก้ผ้ายุย (แค่คอฮ่าๆ) ยุยก็ร้องอีก แล้วก็คิดว่า 
(แรงเยอะจัง...ไม่ใช่แรงของมนุษย์ธรรมดาแล้ว ! ว่าแล้วเชียวว่า อายาโตะคุงน่ะต้องเป็น ... ) 
อายาโตะพูดขึ้นว่า
อายาโตะ ฮะ ๆ ๆ ผิวที่ไร้รอยเขี้ยวเนี่ยสวยดีนะ เฮ้
ยุยก็เขินเลย 
อายาโตะ : หมายความว่าฉันเป็นคนแรกสินะ (คนแรก!!)
อายาโตะ : ฮ่า ... รอจนกลับไปถึงบ้านไม่ไหวแล้ว ขอกินที่นี่เลยล่ะกัน
ยุยตกใจว่า
ยุย กินเหรอ... 
อายาโตะ ก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ? แบบนี้ไงเล่า  *แล้วก็กัด*


ยุย : อย่า ... ! เจ็บ อย่านะ หยุดเถอะ ... !
ยุยดิ้น อายาโตะก็ยังดูดเลือดต่อ ในระหว่างนั้นยุยก็คิด (บรรยายนั่นเอง) ว่า 
"ท้ายทอยที่ถูกกัด ... มันร้อน แต่ที่จริงแล้วอายาโตะคุงกำลังดูดเลือดอยู่ ..." 
อายาโตะ : *ฮ่า* ... อร่อย ... นี่มันอะไรกันเนี่ย ...*ดูดต่อ*
ยุย : ปะ ปล่อยนะ ... !

ยุยดิ้นสะบัดอายาโตะออก อายาโตะตกใจ "โอ๊ะโอ๋" ยุยก็กรีดร้องว่าเจ็บ อายาโตะก็บอกว่า 
อายาโตะ บ้ารึเปล่าเธอน่ะ ? ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าถ้าขัดขืนในสถานการณ์แบบนี้มันยิ่งทำให้เจ็บไปใหญ่ 
ยุยก็คิดในใจว่า 
(ที่ไหลออกมาจากปากของอายาโตะคุง ... นั่น ... คือเลือดของฉันเหรอ ... ?)
อายาโตะ : ฮะ ๆ อะไรกัน ร้องไห้รึไง ? 
อายาโตะ : ทั้งในหน้าตอนร้องไห้นั่น แล้วก็ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มันปลุกเร้ากันสุด ๆ เลยนะ ...
อายาโตะ : ยิ่งไปกว่านั้น รสเลือดของเธอไม่เลวเลย อร่อยมากเลยล่ะ 
อายาโตะ : หวานขนาดที่ว่าไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อนเลยล่ะ
อายาโตะ : ฮะ ๆ ช่วงเวลาอาหารต่อจากนี้ไปยิ่งตั้งตารอเลยล่ะ

ยุยก็บอกให้พอได้แล้ว แต่อายาโตะบอกว่า "จะพอได้ไงเล่า" แล้วก็ดูดต่อ ยุยก็ร้องบอกว่า "ไม่นะ เจ็บ"
อายาโตะก็ยังดูดต่อ แล้วบอกว่า 
อายาโตะ : เธอนี่ยอดเลยแหะ ชักชอบแล้วสิ
อายาโตะ : ไม่มีทางหนีไปจากฉันได้อีกแล้วล่ะ เตรียมใจไว้ซะ

แล้วก็เป็นตัวหนังสือ บอกว่า 
"ทำท่าทีเหมือนกับเด็ก ๆ ที่ราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ แล้วก็เผยรอยยิ้มที่ร้ายกาจ ดูดเลือดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่หยุด จนฉันไร้แรงจะต่อต้าน สติค่อย ๆ เลือนหายไป ในอนาคตข้างหน้าของฉัน รู้สึกได้ถึงความมืดที่เล็ดลอดออกมา "

[คำตอบ] Hunted Dark Bridal - All Route เฉลยตัวเลือกทั้งหมด



DIABOLIK LOVERS
Haunted Dark Bridal -
    
  เฉลยตัวเลือกทั้งหมด  

**กำลังอยู่ในระหว่างจัดทำ**

__________________________________________________________

                How to (วิธีเล่นเกม)              

                       แนะนำเกม                       
__________________________________________________________


 ซาคามากิ อายาโตะ (逆巻 アヤト)

  DARK                      

【No.01】 痛いから (ก็มันเจ็บนี่น่า)
【No.02】 毒を吸い出すなんて危ないよ(การดูดพิษออกมันอันตรายนะ)
【No.03】 とりあえず探してみよう(ก่อนอื่นลองหาดูก่อนดีกว่า)
【No.04】 怖くないんだから!(ฉันไม่กลัวหรอกนะ!)
【No.05】 ありがとう (ขอบคุณนะ)
【No.06】 使わせてもらうね (ขอรับมาใช้ก็แล้วกันนะ)

【No.07】
やれるもんなら  (ถ้าอยากทำนักล่ะก็) + S
言う通りにする  (จะพูดตามนั้น) + M
【ただの食事】【血の味】

【No.08】
ごめんなさい (ฉันขอโทษ) + M
来ないで ! (อย่าเข้ามานะ!) + S
【ハジメテ】【彼の快楽】

【No.09】
飲ませてあげる (ยกให้ดื่ม) + S
カップを手渡す (ยื่นแก้วให้) + M
【痺れる】【この感覚】

【No.10】
ロザリオを突き付ける (ยกโรซาริโอ้ขึ้นมาต่อหน้า) + S
ロザリオを隠す (ซ่อนโรซาริโอ้) + M
【嫉妬】【独り占め】

  Maniac                      

【No.01】 しゃがみこむ (นั่งลงคุดคู้)
【No.02】 
消しゴムを手渡す (ยื่นยางลบให้)
【No.03】 
四つん這いになる (เดินสี่ขา)
【No.04】 
やってみようかな (จะลองเล่นดู)
【No.05】 
足 (ขา)
【No.06】 
味見をしてもらう (ให้ลองชิม)

【No.07】
私は構わないけど (ฉันไม่ว่าหรอกนะ) + S
それは... (เรื่องนั้น...) + M
【アヤトくんの言葉】【堕ちていく】

【No.08】
身体の力を抜く (ผ่อนแรงลง) + M
抵抗する (ขัดขืน) + S
【微笑んで】【侵食】

【No.09】
目を閉じる (หลับตา) + M
振り払う (สบัดออก) + S
【刻まれる】【放棄】

【No.10】
逃げる (หนี) + M
自分でハチミツを舐める (เลียน้ำผึ้งด้วยตัวเอง) + S
【吸血行為】【我慢】

  Ecstasy                      

【No.01】 手繋いで
【No.02】 送って行っただけ
【No.03】 ごめんなさい
【No.04】 説得する
【No.05】 アヤトを蹴る
【No.06】 吸われても死なないから

【No.07】
実は…… – S
大丈夫 – M
【名前】【心臓】

【No.08】
アヤトを警戒する – M
アヤトに近づく – S
【魔王の血】【彼女】

【No.09】
繰り返す – S
放送を切る – M
【甘い関係】【捕食者】

【No.10】
ライトを見る – M
アヤトを見る – S
【執着】【この関係】

[ซีดีจำลองสถานการณ์] DIABOLIK LOVERS DARK FATE Vol. 2 บทไตรมาสแรก


DIABOLIK LOVERS 

DARK FATE Vol.2 


-上弦の章 -
(บทไตรมาสแรก)

*แปลชื่อบทได้อีกแบบคือ บทพระจันทร์ข้างขึ้น*
上弦 (jougen) แปลว่า ไตรมาสที่ 1 ของพระจันทร์ข้างขึ้น หรือก็คือ 
เสี้ยวแรกของพระจันทร์เริ่มขึ้น จะเห็นครึ่งซีกของพระจันทร์ทางขวา
พระจันทร์ตามแบบในรูปข้างล่างเลย


รวมคำเรียกเฉพาะใน cd นี้ 
Gesshoku - จันทรคราส
Oyaji (โอยาจิ) - พ่อ (เรียกพ่อที่อายุมากแล้ว)
jijiwe (จิจิเว) , Ojijiwe (โอจิจิเว) - ท่านพ่อ (คำเรียกพ่อแบบสุภาพ)
chichinashi (ชิชินาชิ) - ยัยอกไม้กระดาน (คำเรียกยุยของอายาโตะ)

Track 1  狼の影 (เงาของหมาป่า)

ไรโตะ : ค่ำคืนที่เหมือนกับทุกทีได้มาเยือนอีกครั้ง ช่วงเวลาที่น่าเบื่อเช่นเคยผ่านไปเรื่อย ๆ ซ้ำ ๆ กันทุก ๆ วัน

เรย์จิ : พวกเราเหล่าแวมไพร์ที่มีชีวิตเป็นอมตะนั้น มีเวลาให้ใช้มากมายเหลือประมาณ ในขณะที่ขลุกตัวนอนเอกเขนกในเปลแห่งความเบื่อหน่ายและเกียจคร้าน ก็มีแต่เพียงแค่เฝ้ารอคอย วันแห่งจุดจบได้มาถึง ปรารถนาเช่นนั้นอยู่ ...

ชู : สำหรับพวกเราที่ไม่มีวันแก่ตายไปอย่างธรรมชาตินั้น การตายคือการเริ่มต้นแห่งงานเฉลิมฉลอง ปรารถนาว่า "จะเป็นใครก็ได้ อยากให้มาช่วยฆ่าตัวเอง และอยากให้ช่วยปลดปล่อยจากช่วงเวลาน่าเบื่ออันแสนยาวนานนี้ที" 

อายาโตะ : แต่ทว่าพวกเรานั้น ในตอนนั้นได้คิดว่า "ถ้าแค่จะต้องถูกฆ่าแล้ว ... ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้" หรอก... 

*เสียงฝูงสัตว์วิ่ง*

--- โบร๋ววววว
(เสียงหมาป่าหอน)

อายาโตะ : DIABOLIK LOVERS DARK FATE Vol. 2 (วอลลูม ทู) บทไตรมาสแรก 

--------------------------------------

อายาโตะ : หา ? หมาป่างั้นเหรอ ? ... ยัยอกไม้กระดาน ละเมอพูดเรื่องอะไรเนี่ย ? บอกว่าเขาลือกันงั้นเหรอ ? ให้ตายสิ จะไปมีหมาป่ามาเพ่นพ่านแถวเมืองมนุษย์ได้ไงกันเล่า ? ยัยบ้าเอ้ย ! 
              ยังไงซะก็คงมีใครมองหมาในเมืองผิดไปล่ะมั้ง ไร้สาระ ! ว่าแต่ไอ้เรื่องเล่าพรรค์นั้นน่ะ ไม่เห็นต้องหอบมารายงานจริง ๆ จัง ๆ ทุกอย่างก็ได้ ... ชิ ! 

อายาโตะ : เจ็บเหรอ ? มันก็ต้องเจ็บอยู่แล้วนี่นะ ก็เพราะฉันบีบซะเต็มแรงเลยนี่น่า ... จะทำให้เจ็บเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้พูดจาเพ้อเจ้อบ้า ๆ แบบคราวนี้อีก เธอน่ะถ้าไม่ทำถึงขนาดนี้ก็ไม่ยอมฟังใช่มั้ยล่ะ ? ถ้างั้นล่ะก็ ... 

อายาโตะ : ... จะทำให้เจ็บมากกว่านี้อีกก็ได้นะ แต่ว่าถ้าเป็นเธอแล้วน่ะ ... ฮึบ ! 

*จับกดจะดูดเลือด* 

อายาโตะ ... แบบนี้จะดีกว่าสินะ ? ฮะ ๆ ๆ ๆ 

ไรโตะ : เดี๋ยวก่อนสิ อายาโตะคุง !

อายาโตะ : หา ? อะไรล่ะ ไรโตะ ? อย่ามาขวางน่า !

ไรโตะ : ไม่ได้จะมาขวางสักหน่อยนะ แค่คิดว่าสำหรับบิทช์จังน่ะใช้เขี้ยวเป็นการลงโทษมันไม่มีความหมายอะไรเลยเท่านั้น ... เพราะงั้นเลยคิดว่าอยากจะให้อะไรที่มันระดับสูง ๆ กว่านี้น่ะ

อายาโตะ : หา ? 

ไรโตะ : ก็แหม ... ก็บิทช์จังน่ะเป็นอัจฉริยะในการเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นความสุขนี่น่า เพราะงั้น แบบนั้นมันใช้ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ? 
          การลงโทษน่ะ มันคือการทำให้เจ็บปวดทรมานและพูดขอโทษว่าจะไม่ทำอีกแล้ว เป็นของแบบนั้นไง ... ฮึ ๆ

อายาโตะ : ... อ๊า น่ารำคาญ ! มาขัดจังหวะคนอื่นคิดจะทำอะไรกันหา ? 

ไรโตะ : ก็ - บอก - ว่า ไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะไงเล่า

อายาโตะ : ให้ตายสิ อุตส่าห์มีอารมณ์ดูดเลือดยัยนี่แล้วแท้ ๆ หงุดหงิดเลย 
อายาโตะ : ... ! ไรโตะ ... หรือว่านายตั้งใจจะทำให้ฉันโมโหรึไง ? นั่นคือเป้าหมายสินะ ? 

ไรโตะ : อะฮึ ก็อาจจะเป็นงั้นก็ได้ ... ก็เพราะว่า ยังไม่ได้ตัดสินว่าบิทช์จังเป็นของอายาโตะคุงแล้วสักหน่อยนี่น่า เลือดของเธอน่ะ เลือดของเธอคนนี้น่ะ สำหรับผมแล้วก็เป็นอาหารโปรดนะ ... ถ้ามีคนกินอาหารอร่อย ๆ เพียงคนเดียวตามใจชอบ ใคร ๆ ก็ต้องหยุดใช่มั้ยล่ะ ?

อายาโตะ : ไม่ตลกเลยนะเฟ้ย ! ฉันนี่เป็นของฉัน !

ไรโตะ : โอ๋ ? เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ~  ?

*เสียงเรย์จิเดินเข้ามา*

เรย์จิ : เอ้า ๆ การทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องพอแค่นั้นล่ะครับ ให้ตายสิ พอปล่อยไว้เมื่อไหร่ ไม่รู้เลยว่าพวกคุณจะทะเลาะกันที่ไหนหรือตอนไหน

อายาโตะ : หา ? ว่าแต่เรย์จิเองก็เหมือนกันนั่นล่ะ พอเห็นเจ้าขี้เกียจนั่นแล้วก็บ่นจู้จี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ? อย่าเที่ยวมาว่าคนอื่นเขาน่า !

เรย์จิ : ฮึ ! ถ้าตราบใดที่ว่าเจ้าคนไม่มีอะไรดีสักอย่างนั่น ไม่เข้ามาทำอะไรเป็นการยั่วยุมากพอในการทำให้ผมหงุดหงิดรำคาญทุก ๆ เรื่องล่ะก็ ผมเองก็ไม่ทำเรื่องน่ารำคาญหรอกครับ

ไรโตะ : งั้นก็หมายความว่า เรย์จิน่ะรู้ว่าชูจะไม่เข้ามายั่วแน่นอนก็เลยบอกว่า "เป็นคนที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง" และ "คนไร้ประโยชน์" งั้นสินะ ?

เรย์จิ : แต่ผมไม่เคยพูดถึงขนาดว่าเป็น "คนไร้ประโยชน์" ออกไปเลยสักนิดนี่ครับ ?

ไรโตะ : น่า ๆ เรื่องนั้นน่ะจะยังไงก็ช่างนี่น่า  
(แอบหลอกด่าสินะ ไรโตะ)

เรย์จิ : เห็นแบบนี้แต่ผมน่ะเป็นคนรักความสงบสุขนะครับ ไม่ทำเรื่องเล่นไม่ซื่อไม่จำเป็นอย่างมีความสุขจากการทำให้เกิดการทะเลาะกันหรอกครับ ผิดกับพวกคุณ ๆ น่ะนะ

อายาโตะ : หา ? อย่าพูดจาวกไปวนมาเซ่ ไม่เห็นจะเข้าใจสักนิด ! 

เรย์จิ : ถ้าไม่เข้าใจก็ขอเชิญไม่เข้าใจต่อไปตามสบายครับ เอ้า คุณที่นั่งเหม่ออยู่ตรงนั้นเอง ยืนขึ้นมาซะ เพราะหลังจากนี้ผมจะรินชาให้

(ยุยลุกขึ้นยืน)

เรย์จิ : ใช่ ๆ ยืดหลังขึ้นมาให้ตรง ตอนที่รับถ้วยจากผม อยากให้ไม่ลืมมารยาทในพิธีชงชาของที่นี่นะครับ

*เสียงเรย์จิรินน้ำชา*

เรย์จิ : เอ้า อายาโตะกับไรโตะ ทั้งสองคนก็มาดื่มซะสิครับ

อายาโตะ : ชิ ! น่ารำคาญ ... ถึงเรื่องจะราบรื่นตามที่นายต้องการก็เถอะแต่ไม่ชอบใจใบหน้าที่ดูพอใจแบบนั้นเลย !

ไรโตะ : จริงด้วยนะ ผมเองก็ไม่ชอบใบหน้าที่แสดงออกว่าตัวเองชนะแล้วเลยจริง ๆ นะ 

เรย์จิ : ตามสบายครับ เพราะผมไม่มีความสนใจอย่างการทำตัวเป็นที่ชื่นชอบของพวกคุณหรอกนะครับ

*ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ*
*วางแก้ว*

เรย์จิ : ยิ่งไปกว่านั้น ... ที่คุยเรื่องว่าหมาป่าทำอะไรเมื่อสักครู่นี้ ... คุณเอง ก็เคยเห็นหมาป่าเหรอครับ ?

*อายาโตะวางแก้ว*

อายาโตะ : หา ? ยัยอกไม้กระดาน เป็นอย่างนั้นหรอกเหรอ ?

(ยุยบอกอะไรสักอย่าง)

เรย์จิ : อย่างนี้นี่เอง ไม่ใช่ว่าเห็น แต่แค่สงสัยในข่าวลือ

*ไรโตะวางแก้ว*

ไรโตะ : อา ... นั่นสินะ อะฮึ ... ก็นี่ไง ๆ นึกถึงนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงขึ้นมาได้ล่ะ หนูน้อยหมวกแดงน่ะนะ ไปทำเรื่องไม่ดีแบบโน่นแบบนี้ กับคุณหมาป่าที่กินคุณยายเข้าไป ... ฮุ ... เพราะอย่างนั้นบิทช์จังถึงได้กังวลเรื่องของคุณหมาป่าสินะ ?

อายาโตะ : ... หนูน้อยหมวกแดงมันเป็นเรื่องแบบนั้นเหรอ ?

เรย์จิ : อายาโตะ ... อย่าไปสนใจเลยครับ เชื่อไม่ได้หรอก

อายาโตะ : อื้ม (เชื่อฟัง)

ไรโตะ : เอ๋ ? เดี๋ยวสิ พูดแบบนั้นมันร้ายกาจไปหน่อยมั้ง ?

เรย์จิ : ยังไงก็ตาม ! ปล่อยเรื่องข้อเท็จจริงที่ว่าหมาป่าปรากฏตัวออกมาจริงหรือเปล่าไว้แค่นี้ล่ะ 
         ... ก็ ถึงจะไม่ใช่หนูน้อยหมวกแดงก็ตามที แต่สำหรับมนุษย์แล้วอย่างพวกหมาป่าคือภัยคุกคามเป็นสัตว์กินเนื้อดุร้ายนี่นะครับ 
        ด้วยเหตุผลนั้น หมาป่ามีเรื่องเล่าขานอยู่หลายเรื่องในฐานะความชั่วร้ายตั้งแต่อดีตกาลเยอะแยะเลยซะด้วย และจากที่เปรียบเป็นความหวาดกลัว ในทางตรงข้ามจึงได้เป็นสิ่งที่นับถือบูชาครับ
        ถ้ามีคนบอกว่าเจ้าสิ่งนั้นได้มาปรากฏตัวที่เมืองใหญ่แบบนี้ มนุษย์คงจะรู้สึกกลัวโดยสัญชาตญาณกันเป็นแน่เลยล่ะครับ

อายาโตะ : อะไรกัน ยัยอกไม้กระดาน? นี่เธอ ... อีกะแค่หมาป่าแค่นั้นมันทำให้สัญชาตญาณเธอทำงานขึ้นมารึไง ? ที่น่ากลัวที่สุดน่ะต้องเป็นท่านอายาโตะคนนี้ไม่ใช่รึไง ?

ไรโตะ : ใช่ ๆ พวกเราน่ะเป็น แวมไพร์ที่แสนจะน่ากลัวนะ ที่จะดูดเลือดของบิทช์จังจนทำให้ทั้งจิตใจและร่างกายเป็นบ้าไปเลยนะ ... ฮึ ๆ ๆ

เรย์จิ : ... เฮ่อ ให้ตายสิ ... พออยู่กับพวกคุณแล้ว ชอบทำให้เธอไขว้เขว้ไปแบบนั้นเรื่อยเลยสินะครับ ... ยิ่งกว่านั้น ไม่คิดว่ามีเรื่องที่ต้องคิดมากกว่าเรื่องนั้นในตอนนี้เหรอครับ ?

อายาโตะ : อะไรล่ะนั่น ? ที่ว่าเรื่องที่ต้องคิดน่ะ ?

เรย์จิ : พอพูดถึง "หมาป่า" แล้ว พวกคุณน่าจะมีคนที่พอจะนึกออกได้นะครับ 

ไรโตะ : ... อื้ม ... คนที่น่าจะนึกออก ? นอกจากเรื่องแนวหนูน้อยหมวกแดงแล้ว ผมก็นึกไม่ออกเลยนะ 

อายาโตะ : มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึไง ?

เรย์จิ : ให้ตายสิ ... แวมไพร์ที่ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์เบื้องล่างก็เป็นซะแบบนี้ ... 
         ที่โลกปีศาจมีไม่ใช่เหรอครับ ? เผ่าพันธุ์หมาป่า น่ะ

ไรโตะ : อ๋อ~ จะว่าไปก็จริงด้วยสินะ

อายาโตะ : ลืมไปสนิทจนถึงเมื่อกี้นี้เลยนะ 

อายาโตะ : ... อะ ! งั้นก็แปลว่า ถ้างั้น ที่ไปป้วนเปี้ยนแถวเมืองนั่นเป็นหมาป่า ก็แสดงว่าเป็นเจ้าพวก "เผ่าหมาป่า" งั้นเหรอ !?

*เสียงคนก้าวเดินเข้ามา*

สุบารุ : เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก

ไรโตะ : สุบารุคุง ? อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? (ทำน้ำเสียงตื่นตาตื่นใจมาก)

สุบารุ : อย่ามาล้อเล่นนะ !  *--ตูม !*(สุบารุทุบกำแพงพัง)

สุบารุ : ฉันอยู่ตรงนี้มาตลอดตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วเฟ้ย

อายาโตะ : ตัวตนเบาบางเกินไปจนไม่รุ้สึกตัวเลยฟะ โทษทีแล้วกันนะ

สุบารุ : เฮอะ ... นั่นมันหมายความว่า นายสูญเสียสัญชาตญาณดิบ ตกต่ำลงไปเป็นแค่สัตว์เลี้ยงไปแล้วอย่างนั้นสินะ

อายาโตะ : หา !? สัตว์เลี้ยงงั้นเหรอ ? ... แก ! อายุน้อยกว่าแท้ ๆ อย่ามาล้อกันเล่นนะเฟ้ย !

สุบารุ : ชิ ! อีกอย่าง ไอ้เจ้าคนที่ลืมเรื่องของเผ่าหมาป่านั่นไปซะสนิทน่ะ ไม่มีสิทธิ์จะใช้ชื่อว่าเป็น "แวมไพร์" อีกแล้วเฟ้ย ชื่อว่า "สัตว์เลี้ยง" ก็มากพอแล้วล่ะ 
         แม้แต่เรื่องที่เพราะว่าเจ้าพวกหมาป่าไวต่อความรู้สึกคลั่ง เลยจะไม่มีทางออกจากอาณาเขตของพวกตัวเอง ก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้วสินะ ?

ไรโตะ : อะฮึ ก็นะ ผมน่ะไม่มีความภาคภูมิใจในการเป็นแวมไพร์เลยนี่น่า เพราะว่าไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องหมาป่า จะลืมไปมันก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ? มันออกจะแตกต่างไปจากคำที่บอกว่าเป็น "สัตว์เลี้ยง" ไปหน่อยนะ

สุบารุ : เพราะอย่างนั้นแหละถึงเป็น "สัตว์เลี้ยง" ไงเล่า ... ผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตามที แต่ที่จริงแล้วสำหรับพวกนาย แล้วเลือดของผู้หญิงตรงนั้นก็เป็นอาหารของพวกนายไม่เปลี่ยนไม่ใช่เหรอ ?

เรย์จิ : สุบารุหยุดได้แล้วครับ หงุดหงิดอะไรขนาดนั้นอยู่กันครับ ?

สุบารุ : ก็เพราะพวกนายมันงี่เง่าจนทนไม่ไหวไงเล่า !

ไรโตะ : สุบารุคุง ... เป็นวันนั้นของเดือนสินะ ? ฮึ ๆ 

สุบารุ : แก ... !! อยากถูกต่อยกระเด็นเหรอ !?

*ง้างมือขึ้นมาจะชก*
*ยุยคว้าไว้*

สุบารุ : หา ? อะไรเล่า ? ทำไมเธอต้องมาบอกว่า "หยุดเถอะ" ด้วยเล่า ? ... อีกอย่าง เธอก็เหมือนกันตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว อย่าไปทำตัวสนิทใกล้ชิดกับเจ้าพวกบ้านี่เซ่ ! ... ชิ ! ... ให้ตายสิ หงุดหงิดจริงว้อย ! 

--- ตูม !!
(สุบารุทุบกำแพง)

เรย์จิ : ให้ตายสิ ๆ ... เหตุผลที่สุบารุหงุดหงิดก็คือเรื่องนั้นหรอกเหรอ ?

สุบารุ : หา !?

เรย์จิ : ผมพูดกับตัวเองน่ะครับ ... เอ้า กลับมาเรื่องเดิมที่คุยกันเถอะ ก็อย่างที่สุบารุพดเมื่อสักครู่ พวกเผ่าหมาป่าน่ะ ต่อให้เป็นที่โลกปีศาจ ก็จะไม่ออกจากอาณาเขตหรอกครับ ... ที่โลกมนุษย์นี้เป็นเช่นเดียวกันครับ

ไรโตะ : ก็ คงงั้นสินะ ? เคยมีครั้งนึงในโลกปีศาจ ตอนที่เข้าไปในอาณาเขตของพวกนั้น เจอเรื่องร้ายกาจมากเลยล่ะ 

สุบารุ : หา ? นี่นายเคยทำเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ ?

ไรโตะ : ที่ไหน ๆ ก็มีนี่น่า ผู้หญิงที่หวาดกลัวเหมือนกับบิชท์จังน่ะ

อายาโตะ : ให้ตาย นายนี่มันเป็นคนที่แยกแยะอะไรไม่ออกเลยจริง ๆ นะ

ไรโตะ : ฮึ อยากให้บอกว่าเป็นคนใจบุญมากกว่านะ

อายาโตะ : หนวกหู ... เอ้า จะเป็นยังไงก็ช่าง ถ้าเกิดว่าเจ้าพวกหมาป่ามาเดินเพ่นพ่านล่ะก็ ฉันคนนี้จะอัดให้กระเด็นไปเอง วางใจได้
              ยัยอกไม้กระดาน... เธอเป็นของของฉันใช่มั้ย ? อย่าให้เจ้าพวกหมาป่ากินไปได้ล่ะ ฮะ ๆ ๆ

เรย์จิ : โอ๋ ? ได้เวลาไปกันแล้วล่ะครับ 

--- แปะ แปะ
*เรย์จิปรบมือ*

เรย์จิ : เอ้า ทุกคน เตรียมตัวไปโรงเรียนได้แล้วครับ ... ถ้าโดดเรียน ผมคนนี้ไม่ยกโทษให้หรอกนะครับ

ไรโตะ : ให้ตายสิ ๆ งั้นคงต้องเตรียมตัวแล้วสินะ~


--------------*ตัดฉาก*--------------

--- แอ๊ด
*เสียงเปิดประตู*

สุบารุ : เฮ้ เตรียมตัวเสร็จรึยัง ?

(เสียงยุยทำอะไรสักอย่าง)

สุบารุ : หา ? มัวแต่ยืดยาดอะไรอยู่ได้ ? *สุบารุเดินเข้ามาใกล้ยุย*

สุบารุ : ... หาของ ? ชิ ! หาอะไรอยู่ล่ะ ?

(ยุยพูดกับสุบารุ)

สุบารุ : กิ๊ฟติดผม !? ของแบบนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างไม่ใช่เหรอ !?

สุบารุ : ... เฮอะ ผู้หญิงเนี่ย แค่หาของพรรค์นั้นทำไมถึงใช้เวลามากขนาดนั้น ? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย !
         ... ให้ตายสิ ! แล้วต้องหาตรงไหนล่ะ ?

(ยุยพูดกับสุบารุ)

สุบารุ : หา ? งั้นทางนี้ก็ยังไม่ได้หาสินะ ?

*สุบารุช่วยยุยหา*

สุบารุ : ... อืม ... เฮ่อ ไม่มีแหะ ... ชิ ! วุ่นวายจริง ... เฮ้ ข้างล่างนี่ดูรึยัง ? ... อ๊ะ ! มันตกอยู่แน่ะ

*สุบารุเอื้อมมือไปหยิบ* 

สุบารุ ... อึ๊บ ! ... เฮ่อ ให้ตายสิ 

*เดินเข้าไปให้ยุย*

สุบารุ : เอ้า นี่ ... อ่า เดี๋ยวก่อนนะ ... ไอ้นี่ใช้เสียบที่ผมสินะ ? ฉันจะทำให้เอง (กรี๊ดดดดด!!) 

สุบารุ : ค่อย ๆ ส่องกระจกแล้วทำนู่นทำนี่ทีละน้อย ๆ มันน่ารำคาญ ฉันรอไม่ได้หรอก (ซึนค่าาาา)

*สุบารุกำลังติดกิ๊ฟให้*

สุบารุ : ... รู้สึกว่า เธอมักจะติดแถว ๆ นี้ ... เอ *หายใจเข้าอย่างตั้งใจทำ* ... แบบนี้ ?

-- แปะ !
*เสียงติดกิ๊ฟ*

สุบารุ : เอาล่ะ ! ประมาณนี้ล่ะมั้งนะ ? ทำออกมาดีใช้ได้เลยล่ะ ... หือ ? ทำไมเธอ ... ถึงหน้าแดงล่ะ ? 

สุบารุ : หะ ? อาย ? เรื่องอะไร ... (เพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป) 
         ... อะ !! นะ- นี่มัน ไม่ใช่ว่า ...
         ... !! น่ารำคาญชะมัด ! 
         ... มะ ... เมื่อกี้ ... คือว่า ... ยังไงดี ... ฉันหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ ... ขอโทษที ... นะ 
         ... อ้า ! ไม่ใช่สิ ! ไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่แบบนั้น !
         ... เอ่อ ... อ๊า ยุ่งยากชะมัด ! ... อะ ใช่แล้ว ฉันแค่อยากได้เลือดของเธอเท่านั้นเอง พอมาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้แล้ว ก็ดูดได้อย่างง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ ?

สุบารุ : เอ้า อยู่เฉย ๆ ล่ะ 

*กัด*
*ดูดเลือด*

สุบารุ : ... *ฮ่า* ...

*ดูดเลือด*

สุบารุ : ...อึก ๆ ... *ฮ่า* ... เข้าใจรึยัง ? ที่เข้าใกล้เธอก็เพื่อแบบนี้ไงล่ะ 

*ดูดเลือด*

สุบารุ : ...อึก ๆ ... *ฮ่า* ... *เฮ่อ* ... นี่ ... *ฮ่า* ... เลือดของเธอเป็นของฉัน อย่าให้ใครคนอื่นเที่ยวดูดตามใจชอบเชียวนะ เข้าใจรึเปล่า ? 

ไรโตะ : บิทช์จัง ! สุบารุคุง ! ลีมูซีนมาแล้วนะ !

สุบารุ : ชิ ! ช่วยไม่ได้ ไปกันเลยมั้ย ? เอ้า 

*สุบารุจับมือยุย*

สุบารุ : มาสิ ... เอาเถอะน่า เร็วเข้า ! มือ !? ก็เพราะเธอมันแต่ชักช้านั่นล่ะ ! ให้ฉันกุมมือไปเฉย ๆ เถอะน่า ! 

(❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : โอ้ย สุบารุ ซึน หวาน น่ารัก ว๊ากกก ตายตอนจบนี่แหละ *0*)
-------------------------------------------------------------------------

Track 2  月蝕の予感 (ลางแห่งจันทรคราส)

--- บรืน 
(เสียงรถวิ่ง)

คานาโตะ : ฮ้าว~ ... ในระหว่างที่ผมกำลังหลับสบายอยู่ ทุกคนทำเรื่องสนุก ๆ แบบนั้นกันสินะครับ ? ... ถ้าช่วยปลุกกันสักหน่อยก็ได้แท้ ๆ นี่

เรย์จิ : เรื่องที่พูดเมื่อสักครู่ฟังเป็นเรื่องสนุกตรงไหนกันครับ ? ผมล่ะสงสัยจริง ๆ

อายาโตะ : ก็ มันก็น่าสนุกตรงที่ยัยอกไม้กระดาน กลัวหมาป่าอยู่หรอกนะ

ไรโตะ : นั่นสินะ เป็นเพราะว่าบิทช์จังใช้ชีวิตร่วมกับพวกเราล่ะมั้ง หมู่นี้ไม่ว่าจะพูดอะไร ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ไม่มีท่าทีจะกลัวเลย

คานาโตะ : นั่นสินะครับ ผมเอง ... ฮึ ๆ ๆ รอที่จะดูสภาพที่หวาดกลัวของเธออยู่นะครับ

สุบารุ : ... แต่ฉันว่าดูหน้าตาไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ ... พวกนายเป็นแฝดกันสามคนจริง ๆ ด้วยสินะ

ชู : ไร้สาระ ... ถ้ามาปลุกกันทุก ๆ ครั้งด้วยเรื่องแบบนั้นล่ะก็ ฉันทนไม่ได้หรอกนะ ... ฮ้าว~ ... ง่วงชะมัด 

คานาโตะ : จะว่าไป เมื่อคืนนี้ชูออกไปไหนมาเหรอครับ ? ผมเห็นตอนออกไปน่ะครับ

ชู : อ่า ไปธุระนิดหน่อยน่ะ

เรย์จิ : เกี่ยวกับท่านพ่อเหรอ ?

ไรโตะ : ไปให้ถูกดุ เหมือนอย่างทุกทีเหรอ ?

ชู : พอเป็นเรื่องของคนอื่นรู้สึกดูจะสนุกจังเลยนะ ไรโตะ ? ถ้างั้นตั้งแต่ครั้งต่อไปจะเปลี่ยนเป็นนายแทนก็ได้นะ

ไรโตะ : อะฮึ งานสำคัญแบบนั้นเกรงใจไม่เอาหรอกนะ งานที่มีเกีรยติน่าภาคภูมิใจที่เรียกว่าเป็นการไปเข้าพบคนคนนั้นบ่อย ๆ น่ะ ขอฝากให้กับชูคนที่เป็นลูกชายคนโตนะ

อายาโตะ : เจ้าพ่อนั่น บอกอะไรมาอีกล่ะ ? คราวนี้เป็นขั้วโลกใต้ หรือว่าผิวพระจันทร์ล่ะ ?

ชู : ก็นะ ... ถ้าแค่ไปผิวพระจันทร์ ไม่ต้องอุตส่าห์มาบอกเรื่องพรรค์นี้ก็ส่งไปได้หรอกน่า 

ชู : บอกว่าโลกปีศาจกำลังเข้าสู่ช่วงจันทรคราสน่ะ

คานาโตะ : จันทรคราสคลั่ง อีกแล้วเหรอครับ ?

ไรโตะ : จันทรคราสครั้งที่มีล่าสุดเนี่ย ... มันเมื่อกี่ร้อยปีก่อนกันนะ ? ... อื้ม ... นานหลายปีจนจำไม่ได้เลย ... แต่ว่านะ จำได้ว่ามันคลั่งซะจนน่ารำคาญเลยล่ะ

*ยุยเรียกอายาโตะ*

อายาโตะ : อะไรล่ะ ยัยอกไม้กระดาน? จันทรคราสของโลกปีศาจน่ะมันก็คือ ... เอ่อ ... อะ พูดสั้น ๆ มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ ... ที่โลกปีศาจก็มีพระจันทร์แล้วก็ ดวงอาทิตย์อยู่เหมือนกันล่ะ ... เพราะงั้นจะจันทรคราสหรือสุริยคราสก็มีบ้างทั้งนั้นล่ะ

เรย์จิ :... ก็นะ เดิมทีแล้วระยะเวลาของการขึ้นของดวงอาทิตย์และพระจันทร์ และเวลาการครบรอบของปฏิทิน ส่วนใหญ่ต่างจากโลกมนุษย์เบื้องล่างนี้มากเลยล่ะครับ
       หรือก็คือ ช่วงระยะเวลาการโคจรมาของจันทรคราสโดยปกติ ต่างกับของทางนี้มากเลยล่ะครับ

*ยุยถามชู*

ชู : หา ? อยากรู้เรื่อง "จันทรคราสคลั่ง" ? ... ให้ตายสิ เธอนี่ทำไมถึงเป็นผู้หญิงที่วุ่นวายแบบนี้นะ

ชู : คลั่งก็คือคลั่งไงล่ะ
(騒動 「soudou」แปลว่า สับสนยุ่งเหยิง ขอใช้คำว่าคลั่งแทนนะคะ แนวๆเดียวกัน)

ชู : มันต่างไปจากปกติ มันสร้างปัญหาสุด ๆ แล้วก็เกิดความน่ารำคาญแบบนั้นไง

คานาโตะ : ครั้งล่าสุดมีอะไรเกิดขึ้นนะ ? รู้สึกว่าจะถูกบอกอย่างนั้นอย่างนี้ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ... พวกเราก็เลยถูกขังอยู่ในปราสาทเลย

ไรโตะ : คนคนนั้นร้องกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง เดือดร้อนมากเลยเนอะ ? ก็เพราะว่าเป็นคนที่เกลียดการถูกจำกัดขอบเขตมากกว่าอะไรทั้งหมดเลยนี่น่า

อายาโตะ : อ้อ นึกออกแล้วล่ะ ยัยป้าอิสทีเรียนั่นทำให้ลำบากมากเลยนะ

เรย์จิ : เจอเรื่องแบบนั้นกันด้วยสินะครับ ? ผมอยู่อีกตึกเลยไม่ทราบเลย ... แต่จะว่าไป แปลก ๆ นะครับ ? 

อายาโตะ : หือ เรื่องอะไร ?

เรย์จิ : สิ่งที่เรียกว่าแวมไพร์น่ะ เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์ง่าย พอดวงจันทร์ที่เริ่มแหว่งเป็นจันทรคราสเมื่อไหร่ จะทำเรื่องอะไรหลาย ๆ อย่างผิดไปจากปกติ ทำอะไรตามอย่างที่คิดไว้ไม่ได้เลย ...

เรย์จิ : ... เป็นปกติสินะครับ ? ท่านคอร์เดเลียน่ะ

ไรโตะ : ตอนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้น่ะ พวกเรายังเด็กอยู่ เลยไม่ค่อยรู้น่ะ ... ยิ่งไปกว่านั้น ก็นึกสภาพของคนคนนั้นไม่ออกด้วย

คานาโตะ : เป็นเหมือนปกติครับ

ชู : ก็นะ คุณป้านั่นคงเป็นข้อยกเว้นเท่านั้นล่ะมั้ง ? เดิมทีแล้วถึงจะผิดไปจากทุกที มีความเป็นไปได้ว่าเพราะกลับมาเป็นปกติทันทีก็เลยไม่เห็นว่าเป็นแบบนั้น

คานาโตะ : ชู อยากให้ช่วยเลิกพูดจาไม่ดีกับเรื่องของท่านแม่ครับ 

ชู : อะไรกัน ? พวกนายเป็นคนฆ่าเองแท้ ๆ ยังกล้าพูดอีกนะ

ไรโตะ : สำหรับแวมไพร์แล้ว การฆ่าคือหลักฐานของความรักที่ยอดเยี่ยมที่สุด ใช่มั้ยล่ะ ?

สุบารุ : เออ ๆ หนวกหูน่า เรื่องมันยิ่งแต่จะซับซ้อนขึ้นไป พวกแกน่ะอยู่เงียบ ๆ ไปซะไป ! 

สุบารุ : ว่าแต่ ชู ที่เจ้าพ่อเฮงซวยนั่นเรียกไปน่ะ สุดท้ายแล้วเพราะว่าจะเกิดจันทรคราสก็เลยเตือนให้ระวังมางั้นเหรอ ?

ชู : หา ? อ่า .. ก็ประมาณนั้นล่ะ ... ที่เหลือก็ ... เห็นบอกว่าคิดว่าจันทรคราสคราวนี้มันจะต่างจากปกติทั้งคู่นิดหน่อยน่ะ

*ยุยพูดกับชู*

ชู : ใช่แล้ว จันทรคราสในคราวนี้ จันทรคราสคลั่งของโลกปีศาจกับจันทรคราสของทางนี้ มันจะโคจรเป็นต่อจากกันไปน่ะ
(**ไม่เข้าใจตรงนี้เหมือนกันน่าจะ โลกปีศาจเกิดก่อนแล้วระหว่างที่คราสกำลังจะคลายก็ไปโผล่ที่โลกมนุษย์เป็นคราสต่อ)

สุบารุ : แล้ว ... นั่นมันจะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ?

ชู : ไม่รู้สิ ... ก็นะ ถึงจะพูดท่านั้นท่านี้ แต่ก็บอกว่าให้เตรียมตัวระวังเอาไว้น่ะ ... อย่างนั้นน่ะ 

สุบารุ : มีแค่นั้นเองเหรอ ? 

ชู โรคกลัวจันทรคราสของพ่อน่ะไม่ไหวเลย ... แต่ว่า กลับกันที่หมอนั่นกลัวของแบบนั้นเนี่ยน่ากลัวแหะ

เรย์จิ : ท่านพ่อน่ะ คงมีลางสังหรณ์อะไรสักอย่างแน่เลยครับ

อายาโตะ : ลางสังหรณ์เนี่ย แบบไหนล่ะ ?

ไรโตะ : นั่นสินะ ไม่เคยเข้าใจได้เลยสักนิด คงไม่ใช่ว่าแค่คิดวางแผนอะไรเอาไว้รึไง ?

คานาโตะ : ตอนก่อนหน้านี้ เห็นพูดเรื่องอย่าง "สิ่งชั่วร้ายจะถูกปลดปล่อยออกมา" อะไรอย่างนี้สินะครับ ?

สุบารุ : "สิ่งที่ชั่วร้าย" ? ... เฮอะ ! มีสิ่งที่ชั่วร้ายกว่าพวกเราอยู่ด้วยเนี่ย นึกไม่ออกเลยนะ ?

*ยุยพูด*

ชู : หา ? "ระวังตัวกันไว้นะ" เหรอ ? ที่เธอพูดอะไรแบบนี้เนี่ยมันรู้สึกแปลกพิลึกเลยนะ

ชู : อ๊ะ ! ถ้าบอกว่าให้ระวังตัวละก็ ทางเธอน่าจะระวังตัวให้เต็มที่จะดีกว่านะ ... มีความเป็นไปได้ที่เธอจะเป็นอะไร มันสูงกว่าที่พวกฉันจะเป็นอะไรอีก

ไรโตะ : ใช่ ๆ เพราะว่าบิทช์จังน่ะเป็นบิทช์จังนี่น่า อาจจะถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักพาไปที่ ๆ ไม่รู้จักแล้วถูกเล่นซุกซนก็ได้นะ 

อายาโตะ : ดูท่าทางมีความสุขจังนะ ? 

ไรโตะ : อะฮึ ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่า ผมน่ะนะ เป็น ห่วงมากเลยนะ ถ้าเป็นแบบนั้นน่ะ

คานาโตะ : เพราะว่าคนคนนี้น่ะเชื่องช้างี่เง่า มันก็อาจจะจริงที่อาจจะเกิดเรื่องแบบนั้นก็ได้นะครับ อีกทั้งยัง พอกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายก็จะร้องไห้พูดเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมด้วยนะครับ

สุบารุ : พวกเราน่ะไม่ตายง่ายแบบนั้นหรอก เธอน่ะระวังตัวเอาไว้เถอะ ... แต่ฉันไม่ได้สนใจว่าเธอจะเป็นยังไงสักหน่อยนะ  

เรย์จิ : นั่นสินะครับ ระวังไว้ก็ไม่เสียหายนี่ครับ ? นั่นก็เพราะว่าคุณน่ะได้กลายเป็นคนที่เหมือนเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว คงเข้าใจที่บอกนะครับ ?

อายาโตะ : ... กลิ่นไงเล่า ... ฟุ้งเลยล่ะ ... ต่อให้ไม่ใช่แวมไพร์ก็ตามที แต่กลิ่นนั้นก็มาจากตัวเธอไง 

*รถจอด*

ชู : ... ฮ้าว~ ... เฮ่อ ... ถึงแล้วเหรอ ? เฮ่อ ให้ตายสิ ๆ ไปงีบบนดาดฟ้าดีกว่า 

*แกร๊ก*
*เสียงเปิดประตูรถ*

*เสียงชูลงรถ แล้วเดินไป*

เรย์จิ : ให้ตายสิ เจ้าคนที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างนั่น 

*เรย์จิเดินเข้าตึกเรียน*

อายาโตะ : อ้า น่าเบื่อชะมัด โรงเรียนอะไรเนี่ย *อายาโตะลงรถ* ให้แวมไพร์ไปกลับโรงเรียนเนี่ย มันจะได้อะไรรึไง ? 

*อายาโตะเดินเข้าตึกเรียน*

สุบารุ : ... ถึงจะไม่เต็มใจ แต่เรื่องนั้นเห็นด้วยเลย

*สุบารุเดินเข้าตึกเรียน*

ไรโตะ : บิทช์จัง เอ้า ไปกันเถอะ โรงเรียนน่ะ ! บิทช์จังชอบมากเลยไม่ใช่เหรอ ? การเข้าห้องเรียนน่ะ 

คานาโตะ : ..? เป็นอะไรไปเหรอครับ ? ดูเหมือนกำลังเหม่ออะไรอยู่เลยนะครับ ?

ไรโตะ : หรือว่าจะ บิทช์จัง ... เกิดกลัวเรื่องที่พวกผมคุยกันเมื่อกี้นี้ ? ฮึ ๆ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้น ... ผมเอง ก็ขอทำตามที่คิดเอาไว้ล่ะนะ 

*ดึงตัวยุย*

ไรโตะ : ... นี่ ... หลักฐานความตื่นกลัวของเธอน่ะ ขอให้ผมได้พิสูจน์ดูในตอนนี้เลยนะ 

(ยุยพูดอะไรสักอย่าง)

ไรโตะ : เอ๋ ? เรื่องแบบนั้นน่ะ ถ้าสัมผัสแล้วก็จะรู้เองล่ะ 

*ไรโตะจูบ*

ไรโตะ : ... ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะรู้หรือไม่รู้น่ะ แต่ข้อพิสูจน์ของสิ่งมีชีวิตเวลาที่รู้สึกกลัวน่ะ ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นให้สร้างเลือดเนื้อเชื้อไขล่ะ ... 

ไรโตะ : เข้าใจความหมาย ... ของเรื่องที่พูดมั้ย ? 

*ไรโตะจูบ*

ไรโตะ : ฮึ ๆ ... เพราะงั้นนะ ... อยากจะพิสูจน์ดูว่า บิทช์จังจะเป็นเหมือนกันรึเปล่า น่ะ 

ไรโตะ : ถ้าให้พูดล่ะก็ นี่เป็นการศึกษาสิ่งมีชีวิต ... เอ้า แสดงให้ผมเห็นหน่อยสิ

--- ตึก ๆ ๆ ๆ
*เสียงคนวิ่งมา*

--- กึง !!!
*เปิดประตูรถ*

คานาโตะ : โอ๊ะ ! ไรโตะขี้โกงตลอดเลย ! อย่าแตะต้องคนคนนั้นโดยที่ผมไม่อนุญาตจะได้มั้ย ?

ไรโตะ : หือ ? คานาโตะคุง ยังอยู่อีกเหรอ ? งั้นก็พอดีเลย คานาโตะคุงเองก็มาตรวจร่างกายของบิทช์จังด้วยกันสิ

คานาโตะ : ... !! กับไรโตะน่ะเหรอ !?

ไรโตะ : ใช่ ๆ น่าสนุกดีออกนี่ ? 

*คานาโตะคิด...*

คานาโตะ : ... อึก

*คานาโตะเดินเข้ามา*

คานาโตะ : ทราบแล้วครับ มันดูจะสนุกกว่าเข้าห้องเรียนซะด้วยสิ ... แต่ว่า คนคนนี้เป็นของของผม ไม่ให้ไรโตะทำตามใจชอบหรอกครับ !

--- ปึง !!
*เสียงปิดคานาโตะประตูรถ*

*ยุยดิ้น*

ไรโตะ : โอ๊ะโอ๋ ! บิทช์จัง อยู่เฉย ๆ สิ ... ฮึบ ... คานาโตะคุง ผมจะจับขาไว้เอง ช่วยจับแขนที่ใช้ความรุนแรงนั่นไว้ทีสิ 

คานาโตะ : ฮึบ ! อยู่เฉย ๆ สิ ... ถึงจะบอกว่าอยู่ในลีมูซีนก็เถอะ มันก็แคบอยู่ดี !

ไรโตะ : ฮึ ๆ วิวสวยมากเลย
(ยุยดิ้นจนกระโปรงเปิด เสื้อหลุด (น่าจะ)) 

ไรโตะ : ก่อนอื่นคงต้องถอดรองเท้ากับถุงเท้าก่อน ... คงต้องลงโทษ ขาที่ออกลายจะเตะผมด้วยมั้งเนี่ย ?

*ไรโตะกำลังถอดถุงเท้า รองเท้า*

ไรโตะ : ... อะฮึ ได้กลิ่นหอมยั่วยวนจากบิทช์จังด้วยล่ะ 

*ไรโตะดมกลิ่น*

ไรโตะ : ซู้ด .... ฮ่า ... ทนไม่ไหวแล้ว ได้กลิ่นเลือดหอม ๆ  

ไรโตะ : ... อื้ม ... *จุ๊บ* ... *จุ๊บ* ... *จุ๊บ* ... ฮึ ๆ อายเหรอ ? ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่นะ จูบลงไปบน ขาที่เปลือยเปล่า แบบนี้ไง ... *เลีย* ... อื้ม ... *เลีย* ... เลียไปซะแล้วสิ

คานาโตะ : นี่เธอ ! อย่าให้ไรโตะดึงความสนใจไปสิครับ ! เธอต้องมองแต่ผมเท่านั้น ...

คานาโตะ : ใช่ อย่างนั้นล่ะ ... เอ้า จะให้รางวัลนะ

*คานาโตะจูบ*

คานาโตะ : ว่าแล้วเชียว จูบบนริมฝีปากน่ะดีใช่มั้ยล่ะ ? ฮึ ๆ

*คานาโตะจูบต่อ*

คานาโตะ : เอ้า ดูท่าทางจะรู้สึกดีขึ้นมาแล้ว ... จะทำให้ดียิ่งกว่าไรโตะให้ตลอดเลย

ไรโตะ : อะฮึ คานาโตะคุงนี่ล่ะก็ เป็นพวกชอบพิธีแบบเดิมเกินคาดนะ ... แต่ว่า นาน ๆ ทีก็ดีใช่มั้ยล่ะ แบบนี้่นะ ? 

ไรโตะ : ก่อนหน้าที่จะกายวิภาคสิ่งมีชีวิต ก่อนอื่นคงต้อง ... ทดลองก่อน 

*กัด*
*ดูดเลือด*

ไรโตะ : ... อื้ม ... อื้ม ...

คานาโตะ : ฮึ ๆ เจ็บเหรอ ? ทำหน้าเจ็บปวดมากเลยล่ะ ... นิ้วเท้าถูกกัดมันต้องเจ็บมากแน่ ๆ เลยเนอะ ?

(ไรโตะดูดเลือดที่นิ้วเท้าสินะ สรุปคือที่เลีย ๆ มานั่นคือเท้าสินะ -_-')

คานาโตะ : แต่ว่า ทางผมเจ็บกว่านะ ... นี่ไง ตรงนี้ ... จะกัดลงไปให้เต็มแรงเลยล่ะ .. *อ้าปาก*

*กัด*
*ดูดเลือด*

คานาโตะ : ... อึก ... ซู้ด ... อึก ...

--- แกร๊ก !!!
*ประตูรถเปิด*

อายาโตะ : พวกแกทำอะไรกันอยู่น่ะ ! 

ไรโตะ : อะฮึ ๆ อายาโตะคุง ยินดีต้อนรับกลับ~

อายาโตะ : ต้อนรับกลับบ้าอะไร !

*อายาโตะดึงยุยไปจากสองคน*

อายาโตะ : ก็คิดอยู่ว่าช้ากันชะมัดทำแบบนี้กันอยู่นี่เอง ...ยัยอกไม้กระดาน เธอนี่ชอบป็นแบบนี้จังเลยนะ หา !?

ไรโตะ : นี่ ๆ อายาโตะคุง ถ้างั้นมาสนุกกันสามคนเอามั้ย ? ต่อจากนี้ไป อายาโตะมาร่วมวงด้วยกันก็ได้นี่

อายาโตะ : หนวกหู หุปปากไปเลย ! เอ้า ยัยอกไม้กระดาน ไปกันได้แล้ว !

--- ปึง !!
*อายาโตะปิดประตูรถใส่*

*อายาโตะพายุยเดินไป*

--- แกร๊ก !
*เสียงเปิดประตูรถ*

ไรโตะ : ลืมของแน่ะ บิทช์จัง ! รองเท้า ถุงเท้ากับกระเป๋า !

อายาโตะ : แกก็ถือตามไปให้ทีหลังสิ ! ให้ตายสิ ! อย่าประมาทเผยช่องว่างสิ  

คานาโตะ : ... ฮึก ! ... โหดร้าย ... ฮึก ... อายาโตะ ไม่ยกโทษให้เด็ดขาดเลย ! 

อายาโตะ : ไม่ต้องยกโทษให้ตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ 

*อายาโตะพายุยเดินไป*

อายาโตะ : เฮ้ ยัยอกไม้กระดาน ! รีบเดินไว ๆ หน่อยเซ่ !

อายาโตะ : หา ? หน้ามืดงั้นเหรอ ? ... อย่ามาล้อเล่นนะ !! ถูกเจ้าพวกนั้นดูดเลือดไปขนาดไหนกัน ?

อายาโตะ : ... หนอย หงุดหงิดชะมัด ! ... ให้ตายสิ ! ทำไมฉันคนนี้ต้องมาทำอะไร ... *อุ้มยุยขึ้นมา* ... แบบนี้ด้วยนะ !

*อุ้มยุยเดิน*

อายาโตะ : ที่ยอมอุ้มเธอขึ้นมาแบบนี้น่ะ แค่ตอนนี้เท่านั้นนะ !

*อุ้มยุยเดินเข้าโรงเรียน*

อายาโตะ : ขืนมัวแต่ชักช้าอยู่แถวนี้ มีหวังถูกเจ้าบ้าไรโตะกับคานาโตะพาไปทำอะไรอีกหรอก ...

*อุ้มยุยเดินเข้าโรงเรียน*

--- ครืด !
*เสียงเปิดประตูเลื่อน*

อายาโตะ : เจ้าครูห้องพยาบาลเฮงซวยนั่น วันนี้ก็ไม่อยู่เรอะ ? 

--- ครืด !
*เสียงปิดประตูเลื่อน*

*ยุยพูดอะไรกับอายาโตะ*

อายาโตะ : หา ? เมื่อวานแอบโดดมางีบน่ะสิ เพราะงั้นก็เลยรู้ว่าเมื่อวานก็ไม่อยู่แค่นั้นเอง มีปัญหาอะไรรึไง ?
(คือน้ำเสียง งอนหรือซึนเนี่ย ? -0-)

*โยนยุยลงบนเตียง*

อายาโตะ : ถามว่าทำไมถึงพามาห้องพยาบาลน่ะเหรอ ? ก็เพราะเธอเจ็บขาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วไม่ใช่เหรอ ? จะทำแผลให้ไงเล่า เอาขามาสิ !

อายาโตะ : อะไรเล่า มาจ้องกันด้วยสายตาแบบนั้นซะได้ ?
(โอ้ย น้ำเสียง น่ารักไปนะคะ)

*ยุยพูดอะไรกับอายาโตะ*

อายาโตะ : หา ? "คิดจะทำอะไร" มันหมายความว่ายังไงล่ะนั่น ? เช่นอยากให้ฉันคนนี้ทำเรื่องเจ็บ ๆ ให้เธอเชื่อฟังอย่างนั้นน่ะเหรอ ? 

อายาโตะ : เห ... ก็ได้นะฉันไม่ว่าหรอก ... เหมาะเลยมีเตียงอยู่พอดีซะด้วยสิ ... แต่ว่า ก่อนหน้านั้นต้องล้างรอยที่เจ้าพวกนั้นทำออกไปก่อน 

--- ป๊อก !!
*เปิดฝาขวดยา*

*ฉีดสเปรย์*

*ยุยดิ้น*

อายาโตะ : อย่าอาละวาดน่า ! เธอน่ะผิดเองที่ไปยอมให้เจ้าพวกนั้นจับไปดูดเลือดนะ ! 

*ฉีดสเปรย์*

อายาโตะ : เอ้า อยู่เฉย ๆ สิ ! หูทางนี้ด้วย ...

*เสียงสัตว์วิ่ง*

อายาโตะ :  ... !! ... อะไรน่ะ ? เมื่อกี้รู้สึกเหมือนมีวี่แววแปลก ๆ อะไรบางอย่างเลย 

*เสียงสัตว์วิ่ง*

อายาโตะ :  ... !! อีกแล้ว ... เอาอีกแล้ว ... เฮ้ย ยัยอกไม้กระดาน มาทางนี้ !

*ดึงยุยไปซ่อน*

อายาโตะ : เฮ้ ! มีใครอยู่ที่นอกหน้าต่างกัน !?

อายาโตะ : ... ตอบมาเซ่ !!

--- โบร๋ววววว !!!

อายาโตะ :  ..!! อะไรน่ะ หมาป่าเหรอ ? หรือว่า ... จะเป็นพวกที่ยัยอกไม้กระดานพูดถึง ? ... หนอย มันอะไรกัน ?

อายาโตะ :  ชิ !! เฮ้ย ! เจ้าคนที่อยู่ตรงนั้นน่ะออกมาซะ ! 

??? : ฮ้าว~

อายาโตะ :  ..!! ใครน่ะ !?

??? : ... ให้ตายสิ ๆ ทำอะไรน่ะ คนกำลังนอนได้ที่ดี ๆ อยู่แท้ ๆ เชียว

*ชูลุกจากเตียง*

อายาโตะ : หา ? ชู ? นาย ... ไม่ได้ไปที่ดาดฟ้าหรอกเหรอ ?

*ชูเดินเข้ามาหา*

ชู : คนมาทีหลังน่ะไม่ควรใช้คำพูดแบบนั้นไม่ใช่เหรอ ? ก็แค่เปลี่ยนใจแล้วเท่านั้นเอง

อายาโตะ : ..!! โธ่เอ้ย ตกใจเก้อหมดเลย ... ให้ตายสิ อย่าทำให้ตกใจเซ่ !

ชู : "อย่าทำให้ตกใจ" เหรอ ? ... เห อายาโตะ เรื่องที่พ่อบอกเมื่อกี้นายก็เลยกังวลไปซะทุกอย่างเลยสินะ ? เกินคาดเลย

อายาโตะ : ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ! 

ชู : ไม่เห็นต้องปิดบังอะไรเลยนี่น่า พ่อพูดถึงขนาดนั้นแล้ว การที่จะคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็คิดว่ามันเป็นปกติธรรมดานะ

อายาโตะ : .. !!

ชู : จะกลบเกลื่อนความเขินไปก็เปล่าประโยชน์ ... แต่ก็นะ ได้ยินเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่พูด ๆ ตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้หมดเลยซะด้วยสิ

อายาโตะ : อะ !! นาย ... !!

ชู : นี่ เธอ ดีจังเลยนะ ถึงหมอนี่จะไม่ซื่อตรง แต่ก็อ่อนโยนเกิดคาดซะด้วย ให้ความรักกับเธอมากมายเต็มที่เลยไม่ใช่เหรอ ?

ชู : อย่างที่เธอต้องการเลยนี่น่า ฮึ ๆ ๆ 

อายาโตะ : หนวกหูน่า ! หนอย ... ฉันไม่ทำแผลให้แล้ว ! ที่เหลือก็หาทางทำอะไรด้วยตัวเองก็แล้วกัน

*อายาโตะผลักยุยเดินหนี*

อายาโตะ : เอ้า ! หลีกไปเซ่ ยัยอกไม้กระดาน !

*ยุยเซไปหาชู*

ชู : โอ๊ะโอ๋ ! 

อายาโตะ : ไปล่ะ !

*อายาโตะรีบเดินหนี*
--- ครืด !
*เสียงเปิดประตูเลื่อน*
--- ครืด !
*เสียงปิดประตูเลื่อน*

ชู : เฮ่อ ... อะไรล่ะนั่น ? เอ้า ก็ดีเหมือนกัน หมอนั่นก็อยู่ในช่วงวัยที่สมควรแล้วนี่น่ะ ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าพอถูกกระทบหรือโดนแซวเรื่องของเธอเข้า ก็ความแตกเห็นชัดในทันทีเลย ... ถ้าเป็นฉันนะไม่หนีไปด้วยเรื่องแบบนั้นหรอก

*ชูจับยุยแบบกระทันหัน*

ชู : อะไรน่ะ ? หน้าแบบนั้น ? ผิดหวังเหรอ ? แต่ว่าถึงอายาโตะมีความรู้สึกให้ขนาดนั้นแล้ว แบบนั้นเธอก็ยังไม่พอใจไม่ใช่เหรอ ? 

ชู : ... หรือว่า ... ถ้าพวกผู้ชายที่อยู่ข้างกายไม่เป็นของเธอทั้งหมดจะไม่พอใจงั้นเหรอ ? ฮะ ๆ

ชู : เอาเถอะ แต่ฉันก็คิดว่าผู้หญิงสำส่อนแบบนั้นก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

ชู : ฉันไม่ได้ต้องการความรู้สึกศีลธรรมหรือความจงรักภักดีกับเธอเลยแม้แต่นิด ... ก็แค่ ... เธอทำตามที่ฉันต้องการ ยกเลือดให้อย่างที่ต้องการเท่านั้นก็พอแล้ว ... เพราะการดูดเลือดมันก็แค่เหมือนกับการกินอาหารเท่านั้นเองนั่นล่ะ ... การจะมีสัมพันธ์ทางร่างกายน่ะ ถึงไม่มีความรู้สึกรักหรือชอบมันก็ทำได้ 

ชู : เพราะงั้นอย่าเข้าใจผิดล่ะ แล้วก็อย่าหลงตัวเองไป ที่ตามหาน่ะไม่ใช่เพราะว่ารู้สึกรัก คุณหนูอย่างอายาโตะคงจะหงุดหงิดที่แยกเรื่องนั้นออกไปจากกันไม่ได้ล่ะมั้ง ... แต่ว่าฉันน่ะ ... *กัด*

*ดูดเลือด*

ชู : ... อึก ๆ ... อื้ม ... อึก ... อื้ม ...

ชู : ... *ฮ่า* ... เพราะงั้นถึงจะกัดเข้าที่ไหล่ของเธออย่างรุนแรงแบบกระทันหันแบบนี้ มันจะทำให้เธอเป็นแผลก็ไม่สนใจ ... *กัด*

*ดูดเลือด*

ชู ... *ฮ่า* ! เท่านี้โทษของการมารบกวนเวลานอน จะยกโทษให้ก็แล้วกัน ! *จับยุยกระแทก*

ชู :  ... เป็นอะไรไป ? ฮะ ๆ ๆ หรือว่าจะช็อคที่ตัวเองเข้าใจผิดไปเหรอ ? ก็นะ ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นหรอก ... ถึงต่อให้จะเข้าใจผิดไป คงไม่มีอะไรอื่นนอกจากสมองเธอจะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว

ชู : เอ้า ฉันจะกลับไปนอนอีกครั้ง เธอรีบ ๆ ตามพ่อหนุ่มวัยรุ่นไปซะเถอะ ... สำหรับฉันหมดธุระกับเธอแล้ว .. อื้ม ... *เอนลงบนเตียงห้องพยาบาลแถมห่มผ้าอีกด้วย* 

ชู : ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าส่งเสียงเรียกมากไปกว่านี้ล่ะ ... อ่า เหนื่อย ... 

ชู : ชิ ! *เดาะลิ้น* .. ทำอะไรอยู่ ? รีบ ๆ ออกไปได้แล้ว

*ยุยเดินออกไปจากห้องพยาบาล*

--- ครืด !
*เสียงเปิดประตูเลื่อน*
--- ครืด !
*เสียงปิดประตูเลื่อน*

ชู : ... หืม ? ไปแล้วเหรอ ? ... *พลิกตัว* ... วี่แววเมื่อกี้มันคืออะไรกันนะ ? มีความรู้สึกแปลก ๆ ... ตอนนี้หายไปแล้ว ... ชิ ! น่ารำคาญ ... ดูเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้น ตามที่พ่อบอกเลยแหะ ... อะไรกันแน่นะ ? 

*เสียงเดิน*

เรย์จิ : หือ ? ที่อยู่ตรงนั้นคือ ... ? อย่างที่คิดเลยคุณนี่เอง ... มาทำอะไรในระหว่างคาบเรียนครับ ?

เรย์จิ : ผม ? ผมถูกอาจารย์วาน ให้ไปเอาอุปกรณ์เลยกำลังจะไปห้องสมุดครับ

*ยุยก้าวแล้วล้มลงไป*

เรย์จิ : โอ๊ะ !! *เรย์จิรับยุยที่กำลังล้ม*

เรย์จิ : เฮ่อ ... ไปทำอะไรมาครับถึงได้เซแบบนี้ ? หือ ? กลิ่นนี้ ... 

เรย์จิ : ..!! หรือว่า ถูกชูดูดเลือด ?

(ยุยรีบปิดแผล)

เรย์จิ : ให้ตายสิ ๆ เพราะอย่างนั้นถึงได้มีสภาพแบบนี้เหรอครับ ? ... เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ? แต่ยังไงซะ คุณคงจะพูดจาอะไรไม่เข้าท่าแน่ ๆ ... ผมจะฟังให้เองครับ

เรย์จิ : เอ้า มาพักกันสักหน่อย ไปนั่งตรงบันไดนั่นกันเถอะครับ

*เรย์จิพยุงยุยเดินไปนั่ง*

เรย์จิ : เอ้า ฮึบ ! ... แล้ว ... เกิดอะไรขึ้น ?

*ยุยเล่าเรื่อง*

เรย์จิ : อย่างนี้นี่เอง แห่ไปรุมกันสินะครับ ... ก็ เรื่องนั้นจะบอกว่าเป็นเรื่องปกติมันก็ปกติอยู่หรอก แต่ค่อนข้างติดใจที่พูดถึงวี่แววแปลก ๆ นั่น

เรย์จิ : อายาโตะไม่ได้รู้สึกเลยว่าคนนั้นอยู่ใกล้ ๆ เลยใช่มั้ยครับ ?

เรย์จิ : ... เพราะว่าเป็นพี่น้องกัน ... ทั้งวี่แววและกลิ่นไม่น่าจะจำผิดไปได้เลย ...

เรย์จิ : โลกปีศาจเข้าสู่ช่วงจันทรคราส ... และถัดมาทางนี้ก็จะเข้าสู่ช่วงจันทรคราส ... หรือว่า ... ผลกระทบมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว ? 

เรย์จิ : หือ ? นี่คุณ ... อยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นนะครับ

*เรย์จิล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมา*

เรย์จิ : ถ้าปล่อยให้เลือดหยดอย่างนี้และส่งกลิ่นกระจายไปทั่ว จะล่อแวมไพร์ออกมาก็ไม่แปลกหรอกครับ

*เรย์จิเอาผ้าเช็ดให้*

เรย์จิ : แม้แต่ผมคนนี้ ... จริง ๆ แล้วตอนนี้ ก็วิงเวียนไปกับกลิ่นเลือดของคุณด้วยนะครับ ... พวกพี่น้องคนอื่นไม่มีความต้านทาน คงจะอดทนกันไม่ได้กันเป็นแน่เลยสินะครับ ?

เรย์จิ : ... อื๋อ ? เลือดไม่หยุดไหลเลยนะครับ ... เปื้อนผ้าเช็ดหน้าซะขนาดนี้ ... เฮ่อ ... ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนจะต้องหยุดด้วยปากของผมโดยตรงซะแล้วครับ
(แย๊กกกกก ดูดเลยค่า)

เรย์จิ : เอ้า อยู่นิ่ง ๆ นะ

*อ้าปาก*
*ดูดเลือด*

เรย์จิ : ... ฮ่า ... ยังไหลออกมาอยู่เลยนะครับ ...

*ดูดเลือด*

เรย์จิ : ... เฮ่อ ... แบบนี้เป็นยังไงบ้างครับ ? คงดีขึ้นหน่อยแล้วสินะครับ ?

เรย์จิ : ก็อย่างที่รู้ ของเหลวในร่างกายของพวกเรามีความพิเศษอยู่ครับ ... สามารถรักษาแผลของมนุษย์ให้หายได้โดยในทันที ... ถึงเดิมทีแล้ว ... ใช้ไม่ได้ผลกับบาดแผลที่ลึกมาก ๆ นะครับ

เรย์จิ : เอ้า รู้สึกยังไงบ้างครับ ? 

*ยุยขอบคุณ*

เรย์จิ : ไม่เป็นไร ยินดีครับ ... ถึงจะเป็นผมก็ตาม ก็รอที่จะได้ลิ้มรสเลือดของคุณ แบบนี้เขาเรียกว่ายื่นหมูยื่นแมวกันสินะครับ 

เรย์จิ : ถ้างั้น คงได้เวลาที่ผมจะไปทำธุระต่อแล้วครับ 

*ยุยกับเรย์จิลุกขึ้น*

เรย์จิ : คุณกลับไปที่ห้องเรียนซะเถอะครับ

เรย์จิ : ใช่ ๆ คิดว่าตอนขากลับอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวจะดีกว่านะครับ 

เรย์จิ : ทำไมน่ะเหรอ ? รู้สึกกังวลใจน่ะครับ 

เรย์จิ : คุณยังคงเป็นมนุษย์อยู่ก็จริง ... แต่อีกไม่นาน ก็จะกลายเป็นพวกเดียวกับพวกเราแล้วล่ะครับ 

เรย์จิ ... เมื่อถึงตอนนั้น อย่าเข้าใจผิดไปจะดีกว่านะครับ 

-------------------------------------------------------------------------------------

Track 3  災厄の襲来 (การโหมกระหน่ำของภัยพิบัติ)

*กิ๊งก่อง*

*เสียงเดิน*
*เสียงเปิดประตูรถ*

อายาโตะ : ไง ยัยอกไม้กระดาน !

*เสียงปิดประตูรถ*

อายาโตะ : ... ชิ !  อะไรกัน หน้าตาหม่นหมองแบบนั้น ? เกิดอะไรขึ้นสินะ ? 

อายาโตะ : ดูจากสภาพของเธอก็รู้แล้วล่ะ หลังจากนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นสินะ ... ให้ตายสิ เป็นคนที่ไม่ไหวเลยจริง ๆ นะ ... เฮ่อ !

--- บรืน 
*เสียงรถแล่น*

อายาโตะ : ... หือ ? เฮ้ ! แล้วเจ้าพวกคนอื่น ๆ ไปไหนล่ะ ?

อายาโตะ : ... หา !? ว่าไงนะ ! ให้ตายสิ ! ต้องอยู่กับยัยนี่สองต่อสองเหรอ ? 

อายาโตะ : เอ้า ช่างมันเถอะ ... นี่ ยัยอกไม้กระดาน ...คิดว่าเห็นแล้วก็น่าจะเข้าใจนะ ตอนนี้ฉันคนนี้กำลังอารมณ์เสียสุด ๆ เลย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากไปกว่านี้ อย่าเข้ามาคุยกับฉันเชียวล่ะ

อายาโตะ : หา ? "ขอโทษนะ" อะไรล่ะนั่น ? ไม่รู้ว่าขอโทษเรื่องอะไรหรอกนะ ...

*จับยุย*

อายาโตะ : ไม่ใช่ว่าอยากได้คำขอโทษจากเธอหรอกนะ แต่ถ้าจะขอโทษล่ะก็ ... ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนหน่อยสิ ... พูดว่า "อยากให้ดูดเลือด" ด้วยปากของตัวเองซะสิ

อายาโตะ : ที่บอกขอโทษน่ะหรือก็หมายความว่า ... เธอคิดว่าทำผิดต่อฉันสินะ ? "เธอเป็นของของฉัน คิดแบบนั้นจากหัวใจเลย" ... เอ้า พูดสิ

*จับยุย*

อายาโตะ : ... หา ? พูดด้วยน้ำเสียงจะร้องไห้แบบนั้นฟังไม่ได้ยินหรอกนะ พูดให้ชัดเจนให้ฉันได้ยิน

อายาโตะ : ชิ ! เป็นผู้หญิงที่น่าหงุดหงิดชะมัด ... ผู้หญิงอย่างเธอเนี่ย จริง ๆ เลยนะ ... *กัด*

*ดูดเลือด*

อายาโตะ ... ต้องทำยังไงถึงจะเป็นแค่ของฉันคนเดียวได้กัน !? 

*ดูดเลือด*

อายาโตะ : ... เพราะอย่างนั้นจะตอนไหน ๆ มันก็ทำให้ฉันหงุดหงิดเสมอเลย ... *กัด*

*ดูดเลือด*

อายาโตะ : ... เข้าใจสักทีสิ ...

--- เอี๊ยดดด !!!!
*เสียงรถเบรก*

อายาโตะ : หว๋า !!

*เสียงรถหยุดกระทันหัน*

อายาโตะ : ... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? เฮ้ เจ้าคนขับรถ ! 

*ยุยเรียกอายาโตะ* 

อายาโตะ ... หา ? อะไรเล่า ยัยอกไม้กระดาน ? หา ? ด้านนอก ?

*เสียงฝีเท้าฝูงสัตว์*

อายาโตะ : ... นั่นมันอะไรน่ะ !? ... หมาจำนวนมากเลย ... ไม่สิ ไม่ใช่ หมาป่างั้นเหรอ ? ล้อมลีมูซีนพวกเราไว้หมดแล้วด้วย ! 

-- ตึง ๆ !!
*เสียงหมาป่า + กระแทกกระจกรถ*

อายาโตะ : ชิ ! แย่ล่ะสิ ! 

*อายาโตะจับยุย* 

อายาโตะ ... ยัยอกไม้กระดาน อย่าขยับเชียวนะ

--- เพล้ง !!!
*หมาป่ากระแทกกระจกแตก*

อายาโตะ : ชิ ! เจ้าพวกนี้มันอะไรเนี่ย ? 

*หมาป่ากัดอายาโตะ*

อายาโตะ : ...อึ๊ก !! ... ยัยอกไม้กระดาน ! ห้ามออกจาก ... ตัวฉันที่บังอยู่เด็ดขาดเลย ! 

*หมาป่ากัดอายาโตะ* 

อายาโตะ ... อั๊ก !! ... หนอย ... เจ็บชะมัด ! ... อึ๊ก ... ก ... 

*ยุยขยับ*

อายาโตะ : ... ฉันไม่เป็นไร ... แค่นี้น่ะ ... ไม่ตายหรอกน่า ! คิดว่าฉันเป็นใครกันหา !  

*หมาป่ากัดอายาโตะ* 

อายาโตะ ... อึ๊ก !! ... *อายาโตะหอบ* ... อั๊ก ... ชิ !

สุบารุ : เฮ้ย อายาโตะ !!

--- โครม !!
*สุบารุพังรถเข้ามา*

สุบารุ : พวกแกเป็นตัวอะไรกัน ? หา ! *เตะหมาป่า* ... อย่ามา ... แตะ ... นะเฟ้ย !  
(พูดไปเตะ+ต่อยหมาป่าไป)

*เหวี่ยงหมาป่ากระเด็นออกนอนรถ*

สุบารุ : ... แฮ่ก น่ารำคาญชะมัด 

*สุบารุสู้กับหมาป่า*
*หมาป่าคราง*

สุบารุ : เฮ้ ! ไอ้พวกหมาป่าเฮงซวย คิดจะหนีเหรอฟะ !? 

*สุบารุวิ่งไล่ตาม*
*หมาป่าคราง + วิ่งหนี*

สุบารุ : ... ชิ ! โธ่เอ้ย *สุบารุเดินกลับมา* ... มีแค่ตอนหนีเท่านั้นล่ะที่เร็วชะมัด ... อายาโตะ ! เฮ้ แล้วเธอปลอดภัยรึเปล่า ? 

สุบารุ : ... อะ หนวกหูน่า เงียบก่อน ! เลิกมาเขย่าตัวแบบเป็นบ้าสักทีน่า ! อายาโตะหมดสติไปแล้วล่ะ ถ้ามัวแต่ยืดยาดอยู่แถวนี้ต้องเป็นเรื่องเอะอะแน่ 

--- วิ๊ววี๊ด  !
*ผิวปากเรียกปีศาจรับใช้* 
*เสียงค้างคาวบินมา*

สุบารุ : นี่ เจ้าปีศาจรับใช้ พวกแกแบกหมอนั่นกลับไปคฤหาสน์หน่อย ตอนนี้เลย !

*เสียงค้างคาวบินไป*

สุบารุ : เธอเองก็เหมือนกัน ไม่ใช่เวลามาทำหน้าซีดกลัวอยู่ตรงนี้นะ ...  ยืนไหวมั้ย ?

--- ผั๊วะ !
*สุบารุเตะผนังรถ*

สุบารุ : ... หา ? ... "อายาโตะจะปลอดภัยรึเปล่าก็ไม่รู้" เหรอ ? อย่ามาถามฉันสิ ! ก่อนอื่นกลับไปที่คฤหาสน์กันก่อนเถอะ 

*เดินไป*

สุบารุ : ... ชิ ! ... เจ้าพวกนั้นมันคืออะไรกันนะ ? 
          ... หมาป่าเหรอ ... โกหกใช่มั้ย ? เป็นไปไม่ได้หรอก ! ทั้งที่นึกว่าเป็นแค่ข่าวลือแท้ ๆ  
          ... นี่คือผลกระทบของจันทรคราสที่ตาแก่บอกเหรอ ? 

*สุบารุ เดินไปคิดไป*

(❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : โอ้ย อายาโตะ ทำน้ำเสียงซึนมากกก น่ารัก ตอนนี้หล่อมากค่ะ 
// สุบารุ ฮีโร่ !! แต่นึกภาพแล้วแบบสุบารุเตะ ต่อย ทำไมฮา 555 )
---------------------------------------------------------------------


Track 4  魔界へ (สู่โลกปีศาจ)

อายาโตะ : ... อึ๊ก ... ฮ่า ... อึก ... แฮ่ก ๆ ... *อายาโตะครางด้วยความเจ็บปวด*

ชู : อายาโตะปกป้องเธอก็เลยถูกเจ้าพวกหมาป่าเล่นงานเอาเหรอ ... คิดว่าจันทรคราสของโลกปีศาจกับโลกมนุษย์จะเกิดขึ้นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น คงไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้จะมีกระทั่งลูกเห็บตกลงมาหรอกนะ ? 

เรย์จิ : ถ้าเป็นเรื่องของอายาโตะล่ะก็ ผมบอกไปหลายครั้งแล้ว ว่าบาดแผลภายนอกมันค่อนข้างใหญ่น่ะ ... ทำเรื่องที่ควรทำไปแล้วแต่ ... สติก็ยังไม่ฟื้นกลับมา

ไรโตะ : ก่อนอื่นสำหรับตอนนี้ มีแต่ต้องรอดูอาการสินะ ? ... น่า อายาโตะคุงเป็นพวกทนทายาดนี่น่า คิดว่าต้องไม่เป็นไรหรอกเนอะ ?

คานาโตะ : ที่ว่ามีหมาป่าออกมา นึกว่าเป็นแค่ข่าวลือซะอีก แต่ที่จริงเป็นเรื่องจริงสินะครับ

สุบารุ : แล้วยังเป็นฝูงใหญ่อีกด้วย ฉันตั้งใจจะกำจัดมันให้หมดแท้ ๆ แต่แป๊บเดียวก็หนีหายไปหมดซะได้ ... เจ้าพวกนั้นจะทำอะไรกันแน่ ?

ไรโตะ : นี่ สุบารุคุง ... หมาป่าพวกนั้นน่ะพูดได้ว่าเป็นพวกเผ่าหมาป่ามั้ย ?

สุบารุ : ไม่รู้สิ มีบรรยากาศขมุกขมัวเหมือนพวกที่อยู่ที่โลกมนุษย์ซะด้วย ... แต่ว่า ความรู้สึกที่เผยเป็นศัตรูอย่างตรง ๆ นั่น ...

เรย์จิ : เป้าหมายคืออะไรกันแน่นะครับ ? หรือว่าจะมีความแค้นอายาโตะกันแน่ ? ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การที่พอสุบารุปรากฏตัวก็หนีหายกันไปทันทีเนี่ย ... หมายความว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเล่นงานอายาโตะและสุบารุ ...

คานาโตะ : ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าจะเล่นงานผู้หญิงคนนี้เหรอครับ ?

สุบารุ : ถ้างั้น ก็ลากอายาโตะออกไป แล้วเล่นงานยัยนี่ก็พอไม่ใช่เหรอ ?


ไรโตะ : เป็นเพราะว่าอายาโตะคุงกอดเอาไว้อย่างแน่นหนา ก็เลยทำไม่ได้รึเปล่านะ ?

สุบารุ : จากที่เห็นก็มีสภาพแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ ... แต่จำนวนก็เยอะอยู่ แล้วยังเป็นหมาป่าตัวใหญ่อีกด้วย ถึงบอกว่าอายาโตะปกป้องอยู่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่น่าจะทำได้เลยนะ

ชู : ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แสดงว่าเล็งที่อายาโตะหรือไม่ก็พวกเราสินะ ? คงเป็นผู้มีอิทธิพลของโลกปีศาจหรืออะไรสักอย่างที่ทำเรื่องนี้ละมั้งนะ ... เฮ่อ เพราะพ่อ เลยมีความทรงจำที่ต้องเป็นที่รองรับความแค้นมากมายเลยนะ

สุบารุ : งั้น ... แล้วทำไมพวกนั้น ถึงได้หนีกันไปทันทีเลยล่ะ ?

เรย์จิ : เป้าหมายของคืนนี้คงจะเป็น "การมาทักทาย" ล่ะมั้งครับ หรือก็คือ ... จะบุกเข้ามาจู่โจมอีก

เรย์จิ : คาดว่าหมาป่าพวกนั้น คงจะเป็นพวกที่มีความแค้นกับพวกเราหรือไม่ก็ตระกูลของพวกเราแน่เลยครับ 

ไรโตะ : ไม่อยากเลยนะ ทั้งที่บอกว่าหลังจากนี้ต่อจากโลกปีศาจแล้วทางนี้เองก็จะเข้าสู่ช่วงจันทรคราสด้วยแท้ ๆ เลยน่ะ ถ้าเกิดถูกเล่นงานในช่วงที่พลังกับความรู้สึกสัมผัสอ่อนแรงลง พวกผมก็ต้องเป็นแบบเดียวกับอายาโตะคุงไม่ใช่เหรอ ? 

เรย์จิ : นั่นสินะครับ การที่พวกเราจะคงอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้บนโลกมนุษย์คงไม่ใช่แผนการที่ดีนัก 
         
เรย์จิ ... ด้วยเหตุนั้นถึงอยู่นานไปบาดแผลของอายาโตะเอง อากาศของที่นี่ก็มีแต่จะทำให้หายช้าซะด้วย

สุบารุ : จะบอกว่า "ให้ไปโลกปีศาจ" สินะ ? แต่ว่าทางนั้นกำลังอยู่ในช่วงจันทรคราสไม่ใช่เหรอ ? ถ้าเป็นแบบนั้น รออยู่ทางนี้อีกหน่อยจะไม่ดีกว่าเหรอ ?

เรย์จิ : ที่สุบารุพูดมันก็สมเหตุสมผลอยู่ครับ ... แต่จากการที่รออยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้แล้วเตรียมพร้อมรับมือกับหมาป่าที่จะบุกจู่โจมเข้ามา และเช่นเดียวกันถึงจะเป็นฝ่ายถูกจู่โจมก็ตามที ... แต่ถ้ากลับไปที่โลกปีศาจ อยู่ในปราสาทให้พลังที่แข็งแกร่งของท่านพ่อคอยป้องกัน ความเสียหายที่ได้รับก็จะน้อยลงด้วยนะครับ เพราะว่าคฤหาสน์หลังนี้มีมนุษย์ที่ไร้พละกำลังอยู่ด้วยนี่ครับ

คานาโตะ : เฮ่อ ... แล้วจะเอายังไงละครับ ?

ชู : กลับไปที่ปราสาท *ชูลุกขึ้นยืน*

ไรโตะ : เอ๋~ ? ต้องไปหมกตัวอยู่ที่ที่น่าเบื่อนั่นอีกแล้วเหรอ ?

เรย์จิ : ถ้าไม่อยากไป ... จะรออยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ ... เพียงแต่ว่า คุณเตรียมใจที่จะถูกพวกตระกูลหมาป่าทำร้ายแล้วรึเปล่าล่ะครับ ? ... คราวนี้ ... ลำคอนั่นคงถูกขย้ำเละ คออาจจะหลุดไปเลยก็ได้นะครับ ?

ไรโตะ : อะ ฮะ ๆ ... ไม่น่าขำเลยสักนิดนะ ... ช่วยไม่ได้นะ *ไรโตะลุก* แต่ว่ายังตัดสินลงไปไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของพวกเผ่าหมาป่าสินะ

คานาโตะ : ... *ถอนหายใจ* ... นี่ เธอเองก็จะไปด้วยใช่มั้ย ? ถ้างั้นก็รีบไปเตรียมตัวสิครับ

สุบารุ : เดี๋ยวก่อนสิ

คานาโตะ : อะไรล่ะครับ ?

สุบารุ : ให้ยัยนี่เฝ้าอยู่ที่นี่ล่ะ

ชู : นั่นสินะ ... ถ้าขืนให้ไปส่งกลิ่นหอมน่ากินฟุ้งไปทั่วในระหว่างที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่โลกปีศาจล่ะก็ มีหวังถูกกินจนเหลือแต่กระดูกทันทีแน่ ... เธออยู่ที่คฤหาสน์นี้ล่ะ ที่เจ้าพวกนั้นเล็งอยู่คือพวกเรา มันไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับเธอเดี่ยว ๆ หรอก

สุบารุ : ถ้าเกิดอะไรขึ้น เรียกฉันทันทีเลยนะ ... อ่า ขอปฏิเสธไว้ก่อนนะ ฉันไม่สนหรอกนะว่าถึงเธอจะเจอเรื่องอันตรายยังไงก็ช่าง ก็แค่ไม่อยากให้คฤหาสน์หลังนี้มันยับเยินมากไปกว่านี้เท่านั้นเอง 
(ซึนเดเระขั้นเทพจริง ๆ)

เรย์จิ : คนที่มักจะพังคฤหาสน์เป็นคนแรกประจำ พูดอะไรของเขาอยู่นะครับเนี่ย ? พูดออกไปตรง ๆ ก็ได้แท้ ๆ

สุบารุ : หา !!! ว่าไงนะ !?

เรย์จิ : ครับ ๆ 

คานาโตะ : เฮ่อ ... น่าเบื่อจัง ถึงจะบอกว่าไปที่แบบนั้น แต่ก็ไม่มีเรื่องสนุก ๆ อะไรเลยซะด้วยสิ ... ยิ่งกว่านั้นไม่มีผู้หญิงคนนี้ซะด้วย ยิ่งน่าเบื่อมากขึ้นอีก

ชู : เอาน่า ถ้าสถานการณ์เย็นลงแล้วค่อยกลับมาทันทีเลยก็ได้นี่ ไปกันเถอะ

เรย์จิ : สุบารุ แบกอายาโตะไปนะครับ

สุบารุ : หา !? ทำไมต้องเป็นฉันด้วย !?

ไรโตะ : ก็เป็นน้องคนเล็กสุด แล้วก็มีแรงเยอะด้วยนี่ ?

สุบารุ : อึก !! ... บ้าที่สุด !!

*สุบารุกำลังแบกอายาโตะขึ้น*

*เสียงเดินกัน*

เรย์จิ : ถ้างั้นก็ ฝากดูบ้านด้วยนะครับ ฟังให้ดีนะครับ ต่อให้มีแขกมาก็อย่าได้เปิดประตู แล้วจะติดต่อมานะครับ 

ชู : ฮ้าว~ ... น่าเบื่อ ... เฮ่อ ... ไปนะ ที่เหลือฝากด้วยล่ะ 


*เสียงเดินจากไป*


เรย์จิ : ดังนั้น พวกเราจึงได้ออกเดินทางไปยังโลกปีศาจที่มีจันทรคราสรออยู่ ... และทิ้งให้เธอผู้มีเลือดที่พิเศษอยู่เพียงผู้เดียว 
        หากเป็นแต่เดิมแล้วปกติก็คงจะพาเธอไปด้วยหรอก ... แต่คราวนี้มีเหตุผลที่แตกต่างไปอยู่
        ยังไม่สามารถพูดออกมาได้ ว่าเบื้องหลังนั้นพี่น้องที่มีพลังเป็นผู้บงการ เรื่องที่เข้ามาจู่โจมเล่นงานพวกเรา พวกเรานั้นรู้สึกได้บ้างเล็กน้อยเท่านั้น

เรย์จิ : การโจมตีของหมาป่านั้นเพิ่งจะเริ่มไม่ผิดแน่ ... นี่คือการต่อสู้ของเหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืด จะให้เธอที่เป็นมนุษย์เข้ามาพัวพันด้วยไม่ได้ ... ในระหว่างที่คิดเช่นนั้นอยู่ ... พวกเราก็ได้เปิดประตูที่จะพาไปสู่โลกปีศาจออก

เรย์จิ : โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะถูกปั่นหัวด้วยโชคชะตาแห่งความมืดที่กดทับน้ำหนักลงมา ทั้งเรื่องอนาคตที่จะถูกฉีกที่รออยู่เบื้องหน้าด้วย ...

---------------------------------------------------------------------
- FIN -
---------------------------------------------------------------------

❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : Track 1 ว่ายาว + ยาก Track 2 ปาเข้าไป 29 นาทีครึ่ง !!
6 หนุ่มดูดเลือดมันยาวขนาดนี้เลยเร้อออ !! เอาซะเลือดหมดตัวติด ๆ กันเลยนะ
แต่ Track 3 ตอนอายาโตะกะสุบารุได้หล่อทำไมนิดเดียวเอง T^T

*เผ่า กับ ตระกูล แตกต่างกันนะคะ 
เผ่าคือคนละสายเลือดแต่ชนิดเดียวกันอย่าง  ส่วนตระกูลคือสายเลือดเดียวกัน**

**นำไปแจกจ่ายกรุณาให้เครดิต PearlzDeWitch**
*ถ้านำไปแอบอ้างจะเปลี่ยนวิธีเผยแพร่ค่ะ*