ยินดีต้อนรับสู่โลก DIABOLIK LOVERS แปลไทย สร้างมาเพื่อเก็บ บทแปลเพลง ดราม่าซีดี เกม อนิเมะ และบทสรุปเกมของ Diabolik Lovers ที่เราได้จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะค่ะ

★อัพเดทใหม่★

[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] ภาค DARK FATE - บทนำ Prologue

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ shuu แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ shuu แสดงบทความทั้งหมด

[Song] 『銀の薔薇』กุหลาบเงิน - 6 พี่น้องซาคามากิ


DIABOLIK LOVERS


『銀の薔薇』

(Gin no Bara)
กุหลาบเงิน


ขับร้องโดย

逆巻アヤト CV.緑川 光 - ซาคามากิ อายาโตะ CV.มิโดริคาว่า ฮิคารุ
逆巻カナト CV.梶 裕貴 - ซาคามากิ คานาโตะ CV.คาจิ ยูกิ
逆巻ライト CV.平川大輔 - ซาคามากิ ไรโตะ CV.ฮิราคาว่า ไดสุเกะ
逆巻シュウ CV.鳥海浩輔 - ซาคามากิ ชู CV.โทริอุมิ โคสุเกะ
逆巻レイジ CV.小西克幸 - ซาคามากิ เรย์จิ CV.โคนิชิ คัตสึยูกิ
逆巻スバル CV.近藤 隆 - ซาคามากิ สุบารุ CV.คอนโด ทากาชิ


**คำเตือน** 
เพลงของทาง Diabolik Lovers นั้นจะชอบใช้คำเปรียบเปรยค่ะ
เพราะงั้นในเนื้อเพลงจะเป็น คันจิ(คำอ่าน) 
ทั้งคันจิและคำอ่านในบางประโยคคือความหมายเดียวกัน
และในบางประโยคคือคำเปรียบเปรยหรือความหมายสองแบบ
เราจะแปลแบบรวมความหมายทั้งสองแบบนะคะ เพื่อให้ได้คำแปลที่สมบรูณ์ที่สุด

เนื้อเพลงจะต่างกันที่คำเรียกของแต่ละคนนะคะ เราเน้นคำให้แล้ว
แยกเป็นดังนี้ แต่ความหมายคงเดิม "เธอ"

อายาโตะ -  オマエ (OMAE)
ไรโตะ -  オマエ (OMAE)
คานาโตะ -  あなた (ANATA)
เรย์จิ -  あなた (ANATA)
ชู -  オマエ (OMAE)
สูบารุ -  オマエ (OMAE)

----------------------------------------------------------

เนื้อเพลง

狂った静謐(サイレンス)に潜んだ 黒の揺り籠(クレイドル) 過信に揺れて
kurutta silence ni hisonda kuro no Cradle kashin ni yurete
รังเปลสีดำแอบซ่อนอยู่ในความเงียบที่บ้าคลั่ง แกว่งไกวอยู่ในความเชื่อมั่น

「もし、終わりがあるなら、教えてほしい」 
“moshi, owari ga aru nara, oshiete hoshii” 
“ถ้าหากมีการจบมันได้ล่ะก็ ช่วยบอกที” 

無垢な瞳に 答える術(いみ)はなく
muku na hitomi ni kotaeru imi wa naku
ความหมายและหนทางตอบไม่มีอยู่ในสายตาอันบริสุทธิ์ไร้ราคี

そっと錆付いた銀の薔薇 握り潰すのさ
sotto sabitsuita gin no bara nigiritsubusu no sa
จะค่อย ๆ บีบขยี้กุหลาบเงินที่ขึ้นสนิมอย่างช้า ๆ

酷い運命(いたみ)を忘却(わす)れればと、飲み干せど 致死(おもい)は届かず
hidoi itami o wasurereba to, nomikurasedo omoi wa todokazu
หากดื่มลงไปหมดเพื่อให้ลืมโชคชะตาเจ็บปวดอันแสนโหดร้าย
ความรู้สึกที่ราวกับพิษร้ายคงไม่อาจส่งถึงได้

闇は、輪廻―――・・・・・・
yami wa, rinne―――……
ความมืดคือวัฏสงสาร...

静かに眠る、オマエの首に残った傷痕(あかし)
shizuka ni nemuru, OMAE no kubi ni nokotta akashi
รอยหลักฐานที่ทิ้งไว้บนคอของเธอหลับไหลไปอย่างเงียบ ๆ

溢れたナミダの先にあるのが 永遠(とわ)の呪縛だとしても
afureta NAMIDA no saki ni aru no ga towa no jubaku da toshite mo
ต่อให้ที่อยู่ ณ ปลายทางของน้ำตาที่เอ่อล้น จะเป็นคำสาปชั่วนิรันดร์ก็ตามที

今、この愛おしさと、切なさを胸に ふたり 眠れ
ima, kono itooshisa to, setsunasa o mune ni futari  nemure
แต่เวลานี้จะให้ความรักและความขมขื่นนี้ที่อยู่ในอกทั้งสอง หลับใหลลงไป


「もう、二度と、目を覚ますな―――」
mou, nidoto, me o samasu na―――」
"อย่าได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สองเลย―――"

「誰も知らない、哀しみだから―――」
「dare mo shiranai, kanashimi dakara―――」
"เพราะว่าเป็นความโศกเศร้าที่ไม่มีใครล่วงรู้น่ะสิ ―――"

「永遠に、僕のものでいてほしい―――」
「eien ni, boku no mono de ite hoshii―――」
"อยากให้เป็นของผมไปชั่วกาลนานเลย―――"

「この血の意味を、教えてくれないか―――」
「kono chi no imi o, oshiete kurenai ka―――」
"ช่วยบอกความหมายของเลือดนี่ให้ฟังหน่อยได้มั้ย ―――"

「終わらない眠りだとしても―――」
「owaranai nemuri da toshite mo―――」
"ต่อให้ต้องหลับไปอย่างไม่จบสิ้นก็ตาม ―――"

「もう、壊れちまいそうだ―――」
「mou, kowarechimaisou da―――」
"อย่างกับว่าพังทลายลงไปแล้วเลย ―――"


歪んだ月光(MoonLight)、嗤えば この血、想い出し 疑心に駆られる
yuganda MoonLight, waraeba kono chi, omoidashi gishin ni karareru
หากแสงจันทร์ที่สั่นไกวส่งยิ้มให้ จะกระตุ้นให้เลือดนี้นึกถึงความสงสัยขึ้นมา

「陽を、憎み続けなさい、安らぐからね」 
“hi o, nikumi tsuzukenasai, yasuragu kara ne” 
“จงเกลียดชังดวงอาทิตย์ไปตลอดเถอะ เพราะมันทำให้สบายใจ” 

母の呪詛に 縋り続けていく
haha no juso ni sugari tsuzukete iku
ยังคงยึดติดในคำสาปของมารดาเรื่อยมา

誰も、赦さない 紅い血痕(きず) 甘く舐めとれば
dare mo, yurusanai akai kizu amaku nametoreba
หากได้เลียรอยเลือดสีแดงคล้ำ อันหวานหอม ที่ไม่ยอมยกให้ใคร

ふたりの懇願(ねがい)は in the Labyrinth 身体寄せて 唇、交すよ
futari no negai wa  In The Labyrinth  karada yosete  kuchibiru, kawasu yo
คำวิงวอนของสองเรานั้น จะขยับร่างกายเข้าใกล้ ประกบริมฝีปากกัน ภายในเขาวงกต


愛は、遠く―――・・・・・・
ai wa, tooku―――……
ความรักช่างไกลห่าง...

仄かに感応(かん)じ、オマエの耳に囁く希望
honoka ni kanji, OMAE no mimi ni sasayaku kibou
กระซิบความหวังที่ข้างหูของเธอ ด้วยศรัทธาที่สัมผัสได้อย่างแผ่วบาง

夢見た想いの果てに漂着(つ)くのが 暗い深淵だとしても
yumemita omoi no hate ni tsuku no ga kurai shinnen da toshite mo
ถึงแม้การลอยไปติดที่สุดทางแห่งความรู้สึกที่ฝันเห็น จะเป็นห้วงลึกมืดมิดก็ตามที

今、この愛おしさと切なさを胸に ふたり 眠れ
ima, kono itooshisa to setsunasa o mune ni futari nemure
แต่เวลานี้จะให้ความรักและความขมขื่นนี้ที่อยู่ในอกทั้งสอง หลับใหลลงไป


「この手を、離さないから―――」
「kono te o, hanasanai kara―――」
"เพราะจะไม่ปล่อยมือนี้ไปไงล่ะ―――" 

「狂ってても、構わない―――」
「kurutte mo, kamawanai―――」
"ต่อให้เสียสติไปก็ไม่เป็นไร―――"

「どこでも構わない、ひとつになれるなら―――」
「doko demo kamawanai, hitotsu ni nareru nara―――」
"จะที่ไหนก็ไม่สน หากได้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้วล่ะก็―――"

「あの月に誓った想いを―――」
「ano tsuki ni chikatta omoi o―――」
"เป็นความรู้สึกที่สาบานต่อพระจันทร์ดวงนั้น―――"

「あの罪に、永遠に縛られている―――」
「ano tsumi ni, eien ni shibarareteiru―――」
"ผูกสัมพันธ์ชั่วกาลนานกับความผิดบาปนั่น―――"

「終わらせたい、すべてを―――」
「owarasetai, subete o―――」
"อยากจะจบทุกอย่างให้หมด ―――"


静かに眠る、オマエの首に残った傷痕(あかし)
shizuka ni nemuru, OMAE no kubi ni nokotta akashi
รอยหลักฐานที่ทิ้งไว้บนคอของเธอหลับใหลไปอย่างเงียบ ๆ

溢れたナミダの先にあるのが 永遠(とわ)の呪縛だとしても
afureta NAMIDA no saki ni aru no ga towa no jubaku da toshite mo
ต่อให้ที่อยู่ ณ ปลายทางของน้ำตาที่เอ่อล้น จะเป็นคำสาปชั่วนิรันดร์ก็ตามที

今、この愛おしさと、切なさを胸に 
ima, kono itooshisa to, setsunasa o mune ni 
แต่ยามนี้ความรักและความขมขื่นนี้อยู่ในอก

仄かに感応(かん)じ、オマエの耳に囁く希望
honoka ni kanji, OMAE no mimi ni sasayaku kibou
กระซิบความหวังที่ข้างหูของเธอ ด้วยศรัทธาที่สัมผัสได้อย่างแผ่วบาง

夢見た想いの果てに漂着(つ)くのが 暗い深淵だとしても
yumemita omoi no hate ni tsuku no ga kurai shinnen da toshite mo
ถึงแม้การลอยไปติดที่สุดทางแห่งความรู้สึกที่ฝันเห็น จะเป็นห้วงลึกมืดมิดก็ตามที

今、この愛おしさと切なさを胸に ふたり 眠れ
ima, kono itooshisa to setsunasa o mune ni futari nemure
แต่เวลานี้จะให้ความรักและความขมขื่นนี้ที่อยู่ในอกทั้งสอง หลับใหลลงไป


「誰もいない、オマエ以外・・・・・・側に居てくれるのは―――」
「dare mo inai, OMAE igai……soba ni ite kureru no wa―――」
"ไม่มีใครอื่นนอกจากเธอ ... ที่อยากให้อยู่ข้างกาย ... ―――"

「赦して欲しいとは思わない、でも・・・・・・―――」
「yurushite hoshii to wa omowanai, demo……―――」
"ไม่เคยคิดอยากให้ยกโทษให้เลย แต่ว่า・・・・・・―――"

「…愛してる、の意味を、教えて…お願い―――」
「…aishiteru, no imi o, oshiete…onegai―――」
"ได้โปรด ช่วยบอกความหมายของความรักให้ที―――"

「終わらない愛があるとしたら、それは―――・・・・・・」
「owaranai ai ga aru to shitara, sore wa―――……」
"หากมีความรักที่ไม่สิ้นสุดอยู่ล่ะก็ สิ่งนั้นคือ―――・・・・・・"

「さあ、行きましょう。この血の先へ―――」
「saa, ikimashou. kono chi no saki e―――」
"เอ้า ไปกันเถอะครับ ไปสู่อนาคตของเลือดนี่―――"

「世界が終わっても……―――この想いよ、届け……」
「sekai ga owatte mo……―――kono omoi yo, todoke……」
「ถึงแม้โลกจะจบ……――― ก็จะส่งความรู้สึกนี้ไปให้ถึง……」


***ความหมายของชื่อเพลงกุหลาบเงิน (ตามที่เราเข้าใจ) กุหลาบ เป็นตัวแทนผู้หญิง หรือคือตัวเอก ส่วน เงิน ก็คือ ของที่ทำจากเงินซึ่งแวมไพร์จะแพ้หรือตายได้เช่นมีดเงิน ก็ประมาณ ผู้หญิงที่เป็นดั่งกุหลาบมีหนามสีเงินที่ทำให้แวมไพร์เจ็บปวดหรือตายไปได้ นั่นเอง


[Charecter Song] DIABOLIK LOVERS Vol.5 - Farewell Song - ซาคามากิ ชู (CV.โทริอุมิ โคสุเกะ)


 DIABOLIK LOVERS Charecter Song Vol.5

- Farewell Song -

(บทเพลงอำลา)


逆巻シュウ CV.鳥海浩輔
ซาคามากิ ชู  CV.โทริอุมิ โคสุเกะ


ตัวอย่าง DIABOLIK LOVERS Character Song 


**คำเตือน** 

เพลงของทาง Diabolik Lovers นั้นจะชอบใช้คำเปรียบเปรยค่ะ
เพราะงั้นในเนื้อเพลงจะเป็น คันจิ(คำอ่าน) 
ทั้งคันจิและคำอ่านในบางประโยคคือความหมายเดียวกัน
และในบางประโยคคือคำเปรียบเปรยหรือความหมายสองแบบ
เราจะแปลแบบรวมความหมายทั้งสองแบบนะคะ เพื่อให้ได้คำแปลที่สมบรูณ์ที่สุด

>>> เอาจริง ๆ เพลงมันเหมือนกลอนเปรียบเปรยอะคะ แปลยังไงก็ไม่รู้ว่าตรงมั้ย 
เพราะงั้นเราแปลไปตามประโยคของญี่ปุ่นแบบตรง ๆ เลยค่ะ ไม่ได้ตีความหรืออะไรเลย
มันจะหมายความว่ายังไง ใช้ความรู้สึกของตัวเองได้เลยจ้า <<<

________________________________________________________

เนื้อเพลง


この傾きかけた海の果て
kono katamuki kaketa umi no hate
เคลิ้มหลับไปในท่านั่งกอดเข่า

たった独り 膝を抱え微睡む
tatta hitori hiza o kakae madoromu
เพียงคนเดียว ที่สุดขอบของทะเลที่ลาดเอียงนี้

疵付けられた月は  So,DayDream
kizutsukerareta tsuki wa So, DayDream
ทำร้ายพระจันทร์จนเป็นแผล ดั่งหลับฝันกลางวัน

酷く不均一(いびつ)で 思わず、轢(ひ)き潰したーー
hidoku ibitsu de omowazu, hikitsubushita—
เพราะบิดเบี้ยวไร้สมดุลอย่างรุนแรง จึงหล่นไปกดทับโดยไม่ได้ตั้งใจ 

生きることは、満ち引くこと、
ikiru koto wa, michihiku koto,
การมีชีวิตอยู่คือการมีขึ้นและลง

でも、ただ欠落(か)けていく、無心で
demo, tada kakete iku, mushin de
แต่ ก็แค่เหว้าแหว่งไปด้วยความว่างเปล่าไร้จิตใจเท่านั้น

ごめんね、
gomen ne,
ขอโทษนะ

酷く曖昧な言葉ばかり、遺したね
hidoku aimai na kotoba bakari, nokoshita ne
ที่ทิ้งไว้แต่คำพูดคลุมเครือไม่ชัดเจนเอาซะเลย

「……さよなら」
“……sayonara”
"....ลาก่อน"

迷わず、泣きはじめた霧雨たち
mayowazu, naki hajimeta kirisame tachi
ละอองเม็ดฝน เริ่มเทลงมาโดยไม่ลังเล

優しく、世界の扉を閉ざす
yasashiku, sekai no tobira o tozasu
ปิดตายประตูของโลกอย่างแผ่วเบา

手を伸ばし  触れた悲鳴(もの)が心地よくて
te o nobashi  fureta mono ga kokochiyokute
เสียงกรีดร้องของสิ่งที่มือได้ยื่นออกไปสัมผัสช่างสบายใจนัก

何度も、この胸を刺すよ
nando mo, kono mune o sasu yo
ทิ่มแทงอกนี้หลายต่อหลายครั้ง

ねえ……消えて……
nee……kiete……
นี่.......หายไปที

消えて……消えて……
kiete……kiete……
หายไปเถอะ......หายไปที.....

失われてた声に remember you
ushinawareteta koe ni Remember You
จดจำเธอไว้ในเสียงที่สาบสูญไ

風に祈れば 想いは、届くかな?
kaze ni inoreba omoi wa, todoku kana?
หากอธิษฐานต่อสายลมแล้ว ความรู้สึกจะส่งไปถึงรึเปล่านะ?

溺れていく、紅い河に
oborete iku, akai kawa ni
จมลงไปในแม่น้ำสีแดง

呼吸(いき)すら もどかしくてさ、
iki sura modokashikute sa,
ขุ่นเคืองกระทั่งชีวิตและลมหายใจ

close your eyes
หลับตาลงสิ

ふたりの 甘い接物(くちづけ)は、
futari no amai kuchizuke wa,
จุมพิตที่หอมหวานของสองเรานั้น

錆びた香り、広がって
sabita kaori, hirogatte
มีกลิ่นสนิมแผ่ออกมา

「……もう、離さないから」
“……mou, hanasanai kara”
"...จะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว"

無数に、滲んだのは泡沫の日、
musuu ni, nijinda no wa utakata no hi,
ที่ซึมออกมานับไม่ถ้วนนั่นคือวันที่ไม่จีรัง

遠のく、記憶に名付けた for you
toonoku, kioku ni nadzuketa For You
ตั้งชื่อความทรงจำอันห่างไกล เพื่อเธอ

何故だろう、涙だけが溢れていく
naze darou, namida dake ga afurete iku
ทำไมกันนะ ถึงได้มีแต่น้ำตาที่เอ่อล้นออกมา

貴女(アナタ)に、捧げるよ  farewell song
ANATA ni, sasageru yo Farewell Song
ขอมอบบทเพลงอำลาแด่เธอ

ねえ……消えて……
nee……kiete……
นี่.......หายไปที

消えて……消えて……
kiete……kiete……
หายไปเถอะ......หายไปที.....

「例えばこんなことを考えてた、
[tatoeba konna koto o kangaeteta,
"ต่อให้แม้จะเคยคิดเรื่องแบบนี้

この血に縛られない世界があるかな
kono chi ni shibararenai sekai ga aru kana
ว่าจะมีโลกที่ไม่ถูกผูกมัดกับเลือดนี้

なんて、
Nante
อยู่รึเปล่า

でもアンタの側にいた時は、
demo ANTA no soba ni ita toki wa,
แต่ในตอนที่ได้อยู่เคียงข้างเธอ

全てを忘れられた、本当だ」
subete o wasurerareta, hontou da]
ก็ลืมไปหมดสิ้นเลย เป็นความจริงนะ"

「……愛してた」
“……aishiteta”
"...เคยรักเธอนะ"

迷わず、泣きはじめた霧雨たち
mayowazu, naki hajimeta kirisame tachi
ละอองเม็ดฝน เริ่มเทลงมาโดยไม่ลังเล

優しく、世界の扉を閉ざす
yasashiku, sekai no tobira o tozasu
ปิดตายประตูของโลกอย่างแผ่วเบา

手を伸ばし  触れた悲鳴(もの)が心地よくて
te o nobashi  fureta mono ga kokochiyokute
เสียงกรีดร้องของสิ่งที่มือได้ยื่นออกไปสัมผัสช่างสบายใจนัก

何度も、この胸を刺すよ
nando mo, kono mune o sasu yo
ทิ่มแทงอกนี้หลายต่อหลายครั้ง

無数に、滲んだのは泡沫の日、
musuu ni, nijinda no wa utakata no hi,
ที่ซึมออกมานับไม่ถ้วนนั่นคือวันที่ไม่จีรัง

遠のく、記憶に名付けた for you
toonoku, kioku ni nadzuketa For You
ตั้งชื่อความทรงจำอันห่างไกล เพื่อเธอ

何故だろう、涙だけが溢れていく
naze darou, namida dake ga afurete iku
ทำไมกันนะ ถึงได้มีแต่น้ำตาที่เอ่อล้นออกมา

貴女(アナタ)に、捧げるよ  farewell song
ANATA ni, sasageru yo Farewell Song
ขอมอบบทเพลงอำลาแด่เธอ

ねえ……消えて……
nee……kiete……
นี่.......หายไปที
消えて……消えて……

kiete……kiete……
หายไปเถอะ......หายไปที.....

________________________________________________________

รวมเนื้อเพลง - DIABOLIK LOVERS Character Song -
01. ADDICTED (2) PHANTOM Vo.ซาคามากิ อายาโตะ CV.มิโดริคาว่า ฮิคารุ
02. 切断(キリサキ)★舞踏会(CARNIVAL) Vo.ซาคามากิ คานาโตะ CV.คาจิ ยูกิ
03. 血濡れた密会(BLOODY SABBATH) Vo.ซาคามากิ ไรโตะ CV.ฮิราคาว่า ไดสุเดะ
04. ZERO Vo.ซาคามากิ สุบารุ CV.คอนโด ทากาชิ
05. Farewell Song Vo.ซาคามากิ ชู CV.โทริอุมิ โคสึเกะ
06. とある預言者の、運命(シックザール) Vo.ซาคามากิ เรย์จิ CV.โคนิชิ คัตสึยูกิ
________________________________________________________

[เรื่องสั้นพิเศษ] Drama CD - เรื่องราวหลังตอนที่ 2 ในอะนิเมะ


ต้นฉบับแปล และ ไฟล์เสียง
Credit : Lullabyr


แปลเพิ่มและเรียบเรียงใหม่
by PearlzDeWitch


daibolik lover cover.jpg


* มินิดราม่าซีดีอันนี้จะต่อจากฉากอายาโตะโยนยุยลงสระน้ำในตอนที่ 2 ในอะนิเมะ *


เปิดฟังหรือโหลด
(แนะนำให้โหลดมาแล้วใช้หูฟัง เพราะใน Diabolik lovers จะใช้ระบบเสียงรอบด้าน เสมือนจริง)

*เสียงเปิดประตู*
*เสียงถอดเสื้อผ้า*

อายาโตะ : เพราะยัยนั่นเลยเปียกไปหมดเลย *เสียงถอดเสื้อ* เสื้อเชิ้ตมันติดผิวไปหมด ขยะแขยงชะมัด  อึ้บ … คนอย่างยัยนั่นปล่อยไปก็ได้แท้ ๆ แล้วทำไม ... ?

*เสียงลากเก้าอี้ เอาเสื้อพาด*

อายาโตะ : ถ้าปล่อยไว้หน้าเตาผิง เสื้อก็คงแห้งเองสินะ ? … เฮ้ย ไรโตะ ทำอะไรอยู่หา ? ถ้าอยู่ก็อย่ามายืนมองเงียบ ๆ มันน่าขยะแขยงน่า !

ไรโตะ : ฮึฮึ ความแตกแล้วเหรอ ?

อายาโตะ : อย่ามาพูดจาเหมือนคนบ้าน่า มันก็ต้องแตกอยู่แล้วสิ.

ไรโตะ : เอ๋ ? อายาโตะคุง เปียกขนาดนั้น ไปทำอะไรมาเหรอ ?
วันนี้ฝนตกหรอกเหรอ ?

อายาโตะ : ชิ … เหมือนเดิมเลยนะ

ไรโตะ : เรื่องอะไรเหรอ ?

อายาโตะ : รู้อยู่แล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ มันดูเสแสร้งน่า ขอทีเถอะ

ไรโตะ : อะฮึฮึฮึ แหม แหม ดูเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ อะฟุ … หรือเป็นเพราะริมฝีปากของบิทช์จังหวานกว่าที่จินตนาการเอาไว้กันล่ะ ? นี่~ เป็นไงบ้าง ? ขอถามความเห็นหน่อยสิ

อายาโตะ : หนวกหู อย่าเที่ยวมาแอบดูตามใจชอบน่า !

ไรโตะ : ไม่ได้เที่ยวแอบดูตามใจสักหน่อย ก็แค่ตามันไปเห็นเอง

อายาโตะ : แล้วอีกอย่างทำไมถึงไปอยู่ที่สระว่ายน้ำได้เล่า ? นายเกลียดการว่ายน้ำแท้ ๆ นี่

ไรโตะ : เอ๋~ ? ใครบอกว่าเกลียดว่ายน้ำกัน ? ที่เกลียดน้ำน่ะคืออายาโตะคุงไม่ใช่เหรอ ? ยิ่งกว่านั้น .. ยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะ ... เป็นยังไงบ้าง ริมฝีปากของบิทช์จังน่ะ ? อย่าเลี่ยงน่า บอกกันหน่อยสิ.

อายาโตะ : ฉันไม่มีหน้าที่ต้องตอบเรื่องแบบนั้นกับนาย

ไรโตะ : อึฮึ  ดีมากเลยนี่เอง ~

อายาโตะ : หนวกหูเฟ้ย !

ไรโตะ : ฮะฮะฮะ โกรธอยู่ล่ะ โกรธอยู่  อายาโตะคุงหรือว่า กำลังหวั่นไหวอยู่เหรอ ?
แปลกจังเลยนะ. 

อายาโตะ : ไม่ได้หวั่นไหวอะไรทั้งนั้นเฟ้ย ! 

อายาโตะ : ไรโตะ ถ้าไม่หุบปากสักทีเดี๋ยวเจอต่อยแน่ !

ไรโตะ : เดี๋ยวสิ ถ้ามาชกหน้าอันงดงามของไรโตะคุง ผู้หญิงทั้งโลกคงจะเศร้ากันน่าดูเลย เพราะงั้นอย่าเลยนะ 

อายาโตะ : หนวกหู ไม่สนด้วยหรอกเฟ้ย !

*เสียงทุบเก้าอี้*

ไรโตะ : ฮึฮึ ขอโทษ ขอโทษ อย่าโกรธขนาดนั้นสิ

อายาโตะ : ชิ !

ไรโตะ :  แต่ว่านะ พอมาคิดดูดี ๆ แล้ว นั่นเป็นจูบแรกสำหรับบิทช์จังไม่ใช่เหรอ ?

อายาโตะ : แน่นอนอยู่แล้วสิ ! ครั้งแรกของยัยนั่นเป็นของฉันทุกอย่าง  ตั้งแต่ตอนที่มาบ้านนี้แล้ว

ไรโตะ : ครั้งแรกเนี่ย มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ ? อายาโตะคุงเนี่ยยึดติดกับพวกอย่างต้องเป็นที่ 1 บ้างล่ะ ครั้งแรกบ้างล่ะ มากเลยนะ

อายาโตะ : ก็แล้วมันทำไม ?

ไรโตะ : ก็เพราะว่า ผู้หญิงที่เป็นของคนอื่นแล้ว มันไม่เร้าใจกว่าเหรอ ? นอกจากผมแล้วยังมีคนอื่นที่เป็นคนให้ความรักมากที่สุด ให้ความสำคัญมากที่สุด เป็นคนที่เกลียดชังมากที่สุด … อึฮึ การแย่งสิ่งนั้นมาน่ะ มันรู้สึกตื่นเต้น น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ ? ฮึฮึ

อายาโตะ : เจ้าคนพิลึก ไปยุ่งกับของคนอื่นมันจะไปมีค่าตรงไหนกัน ? ผิวขาวผุดผ่องสวยงามไร้รอยเขี้ยว การได้สิ่งนั้นมาเป็นคนแรกมันดีกว่าไม่ใช่รึไง ?

ไรโตะ : แต่ว่า บิทช์จังก็ไม่ใช่ผิวผุดผ่องแล้วนี่น่า. 

อายาโตะ : อึก …

ไรโตะ : อะฮึ  เร็ว ๆ นี้ผมก็จะไปขอชิมรสบ้างล่ะนะ

อายาโตะ : เรื่องแบบนั้น คิดว่าฉันคนนี้จะยอมให้ทำได้รึไงกันเล่า ?

ไรโตะ : ผมจะมอบความรักให้กับบิทช์จังอย่างมาก ๆ เลยล่ะ. จะเลียตรงที่อายาโตะคุงเคยสัมผัส จะเอาเขี้ยวของผมลงไปทับที่รอยเขี้ยวของอายาโตะคุง แล้วจะขอรับไป … อ่าว ? แต่ว่านะ ในตอนนั้นจะจินตนาการว่าใครกำลังดูดเลือดอยู่กันนะ ? ไม่สิ
ต้องบอกว่าจะนึกได้ว่าใครเป็นคนดูดอยู่จะดีกว่าสินะ

อายาโตะ : ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพอนิ่งฟังเฉย ๆ ก็พูดจาเข้าข้างตัวเองใหญ่เลยนะ 

ไรโตะ : ผมรึเปล่านะ ? หรือว่าจะเป็นอายาโตะคุงกันนะ ? หรือว่าจะเป็นคนอื่นนะ ? ฮึฮึฮึ
อายาโตะ : ไรโตะ … แก อย่ามาล้อเล่นนะ ! ยัยนั่นเป็นของฉัน ! แกออกไปที่อื่นหาผู้หญิงคนอื่นซะ !

ไรโตะ : ถ้าโมโหขนาดนั้น .. เดี๋ยวมันจะกลับมาเผาตัวเองเอานะ 

*เสียงอายาโตะลุกจากเก้าอี้*

อายาโตะ : หาเรื่องทะเลาะกับฉันอยู่รึไง ?

ไรโตะ : อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นน่า อายาโตะคุง. อีกอย่าง ถึงจะพูดว่าของของฉันก็เถอะ แต่ระหว่างที่บิทช์จังอยู่ที่นี่ ผมคิดว่าผมเองก็มีสิทธิในการชิมรสของเธอด้วยนะ  เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเธอเป็น “เจ้าสาวผู้ถูกสังเวย” ของพวกเรานี่น่า

อายาโตะ : หนวกหู !! ถ้าฉันบอกว่าเป็นของของฉันมันก็ต้องเป็นแบบนั้น !

ไรโตะ : เดี๋ยวสิ นั่นอายาโตะคุงคิดเอาแต่ใจคนเดียวต่างหากเล่า  เนอะ ชู ?
คิดแบบนั้นใช่มั้ย ?

อายาโตะ : หา ? ชู !?

ชู : … หนวกหูน่า .. ให้ฉันนอนเงียบ ๆ หน่อย. ถ้าไม่ใช่แบบนั้นเพราะ วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง … มันเหนื่อย

ไรโตะ : ไม่ใช่เหนื่อยสิ ไม่ใช่ว่ามีพลังเปี่ยมล้นขึ้นมาหรอกเหรอ ?

ชู : จะยังไงก็ช่าง.

ไรโตะ : แต่ผมชอบพระจันทร์เต็มดวงมากเลยนะ. มันกระตุ้นให้ร่างกายได้ปลดปล่อยออกหมดทุกอย่าง วันทั้งวันมีความต้องการเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ในคืนนี้นี้ที่พระจันทร์เต็มดวงน่ะนะ

ชู : ฮึ 

อายาโตะ : ชู … มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร ?

ชู : จะยังไงก็ช่างไม่ใช่หรอ ?

ไรโตะ : อะฮึ อยู่มาตลอดนั่นแหละ เนอะ ? เพราะงั้นที่เราคุยกันจนถึงเมื่อกี้ ก็ได้ยินแล้วสินะ ? … อ๋อ ชูไม่ได้เห็นสินะ การดำน้ำที่สวยงามของอายาโตะคุงและอ้อมกอดที่ร้อนแรงกับบิทช์จัง

อายาโตะ : แก … หุบปากสักทีเถอะน่า !

ชู : เห็นแล้ว

อายาโตะ : เห็น … เหรอ ?

*....(อึ้งคู่)*

อายาโตะ + ไรโตะ : หาาา !? อยู่ด้วยเหรอ ?/อยู่ด้วยหรอกเหรอ ?

ชู : *ถอนหายใจ* หนวกหู ทั้งสองคนอย่าส่งเสียงดังน่า. ตรงนั้นเป็นที่ไว้นอนกลางวันตอนไปโรงเรียนน่ะสิ

อายาโตะ : ชิ ! น่าหงุดหงิดจริง ๆ !

ไรโตะ : อึฮึ ใครอยู่ที่ไหน ทุกคนรู้ดีกันหมดเลยสินะ. ก็นะ แต่ก็คิดว่าคงไม่รู้ถึงความคิดในใจของตัวได้หรอกนะ

อายาโตะ : สุบารุอยู่ในโลง เรย์จิหมกตัวอยู่ในห้องทดลองไม่ใช่เหรอ ?

ไรโตะ : ก็ใช่อยู่หรอก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ. สุบารุคุงอาจจะเงี่ยหูตั้งใจฟังอยู่ก็ได้
เรย์จิเองในระหว่างที่ทำการทดลองอาจจะสนใจอยู่ก็ได้ … แต่ อ้าว ? คานาโตะคุง เป็นยังไงบ้างนะ ?

ชู : อยู่สิ

ไรโตะ : เอ๋ ? อยู่เนี่ย … ที่สระนั่นเหรอ ?

ชู : อา .. มองลงมาจากระเบียงชั้น 2 น่ะ

ไรโตะ : ฮะฮะฮะ ! งั้นเหรอ คานาโตะคุงทำหน้าเหมือนไม่สนใจ แต่ที่จริงเฝ้าสังเกตุบิทช์จังอย่างดีเลยสินะ 

อายาโตะ : ชิ ! 

ไรโตะ : แต่ว่านะ … การดูดเลือดในน้ำเนี่ย ดีไม่เลวเลยนี่น่า ผมเองก็ชอบนะ ถ้าได้อยู่ในน้ำแล้ว ทั้งลมหายใจและอุณหภูมิของร่างกายคงถ่ายทอดมาได้อย่างชัดเจนเลยสินะ ? นุ่มนิ่มราวกับนกน้อย ทั้งอบอุ่นและสิ้นหวัง … ทนแทบไม่ไหวเลยล่ะ

ชู : ฉันเกลียดการดูดเลือดในน้ำ

ไรโตะ : เห~  ชูเคยมีประสบการณ์นี่เอง เพิ่งเคยเข้าหูครั้งแรก

ชู : เพราะมีพลังมากกว่าปกตินั่นล่ะ … แล้วสระว่ายน้ำมันเย็นเลือดก็เลยเย็นไปด้วย

ไรโตะ : อ๋อ ก็นะ เรื่องนั้นก็ต้องเป็นอยู่แล้วล่ะนะ แต่ว่าผมน่ะจะอุ่นหรือเย็น จะอันไหนก็ชอบทั้งนั้นล่ะนะ

ชู : ยังไงก็ตาม สระเป็นสถานที่นอนของฉัน

ไรโตะ : เรื่องนั้นคิดว่าจะเป็นยังไงกันแน่นะ ? อะฮึ

อายาโตะ : ถ้าชอบนอนที่สระมาก ก็นอนไปตลอดเลยก็ได้นี่ ทำไมต้องมาขัดฉันที่นี่ด้วยเล่า ?

ชู : เฮ่อ เหนื่อย .. *ถอนหายใจ* ฉันชอบดูแสงจันทร์ที่มองจากที่ห้องนี้มากที่สุดน่ะสิ

ไรโตะ : อะไรกันพูดแบบนั้นแล้ว ก็ชอบคืนพระจันทร์เต็มดวงไม่ใช่เหรอ ?

ชู : ก็ไม่ได้บอกว่าเกลียดนี่น่า  อีกอย่าง … ฉันมาที่นี่คนแรก หลังจากนั้นไรโตะก็มา  อายาโตะ นายมาคนสุดท้าย *ฮึ* กลับห้องตัวเองไปซะจะดีกว่านะ

อายาโตะ : ชิ ! หนวกหูน่า ! แค่จะมาทำให้เสื้อที่เปียกแห้ง เพราะว่าที่นี่เตาผิงใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์แล้ว

ชู : *ขยับ* อายาโตะ … ยิ่งไปกว่านั้น เปลือยครึ่งท่อนมันน่าขนลุก ไปหาอะไรใส่หน่อยซิ

อายาโตะ : หาา ? ราชาจอมขี้เกียจ ! ไม่อยากได้ยินคำว่าขนลุกจากนายหรอกนะ !
นายเองยังลงอ่างทั้ง ๆ ที่ใส่เสื้อผ้าอยู่เลยไม่ใช่รึไง ? ทางนั้นมันน่าขนลุกมากกว่าอีก 

ชู : ไม่ได้ชอบใส่เสื้อผ้าลงอ่างสักหน่อย … ขี้เกียจต่างหาก

ไรโตะ : โธ่ เรื่องนั้นน่ะจะยังไงก็ช่างไม่ใช่เหรอ ?

ชู : อ่า จะยังไงก็ช่าง

ไรโตะ : หืมม? *ดมกลิ่นอะไรสักอย่าง*

อายาโตะ : อะไร ? มีใครมาอีกรึไง ?

ไรโตะ : เปล่า … ไม่รู้สึกว่าได้กลิ่นเหม็นไหม้เลยเหรอ ?

อายาโตะ : หา ? กลิ่นเหม็นไหม้ ? 

*เสียงไหม้*

อายาโตะ : เหวอ !!

ไรโตะ : อุหวา ! เสื้อเชิ้ตกับแจ๊คเก็ตกำลังไหม้อยู่ล่ะ 

ชู : เอาไปวางใกล้แบบนั้นมันก็ต้องไหม้อยู่แล้วนี่

อายาโตะ : เลิกพูดว่าไหม้สักทีน่า ! หนอย !

*เตะเก้าอี้ล้ม* * อายาโตะพยายามดับไฟ* 

ไรโตะ : อาหะ .. ขอแสดงความเสียใจด้วย. เอาน่า ไปบอกเรย์จิตามตรง ให้เตรียมชุดใหม่ให้ก็พอนี่ บอกว่า “กระโดดลงสระน้ำเพื่อช่วยบิทช์จังจากการจมน้ำ แล้วหลังจากนั้นพอตากเสื้อให้แห้งก็ดันไหม้ซะได้” น่ะ … ฮึฮึ 

อายาโตะ : แก ... ล้อฉันเล่นงั้นเหรอ ?

ไรโตะ : ไม่ใช่สักหน่อย แค่อยากเห็นปฏิกิริยาของเรย์จิถ้าบอกไปตามตรงเท่านั้นเอง. 
มีความสนใจบิทช์จังมากขนาดไหนกันนะ น่ะนะ

อายาโตะ : เรื่องพรรค์นั้นไม่อยากรู้หรอกเฟ้ย ! ฟังนะ จะพูดอีกครั้ง ! ยัยอกไม้กระดานเป็นของของฉัน อย่าเที่ยวมาแตะตามใจชอบ !

ชู : ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของนาย

ไรโตะ : พูดได้ดีนี่ ชู

อายาโตะ : หา !? ลองพูดอีกครั้งสิ !

ชู : *ลุกเดิน* หนวกหู … ไม่อยู่กับพวกนายไปมากกว่านี้แล้ว

อายาโตะ : ชู ! ยังพูดกันไม่จบ !

ชู : เฮ่อ อะไรล่ะ ? รีบ ๆ พูดมาสิ

อายาโตะ : อย่ายุ่งกับยัยนั่นนะ

ชู : เรื่องแบบนั้น … ให้สัญญาไม่ได้อยู่แล้วนี่น่า

อายาโตะ : *ฮึ่ม*

ไรโตะ : เห~ แปลกจัง. ที่ชูสนใจเจ้าสาวผู้ถูกสังเวยยิ่งกว่าที่ทางนี้คาดไว้เนี่ย เป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้ง ฮึฮึ ชักจะน่าสนุกขึ้นแล้วสิ

อายาโตะ : ไรโตะ ... แกน่ะหุบปากไปซะ !

ชู : ไม่ใช่ว่าสนใจอะไร ก็แค่เหยื่อ ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น

อายาโตะ : ถ้าแค่เหยื่อก็ไปหาคนอื่นซะสิ

ชู : มันน่ารำคาญ เพราะว่าที่บ้านก็มีเหยื่อสังเวยอยู่แล้วนี่

อายาโตะ : ชิ !

ไรโตะ : ฮะฮะฮะ อะไรกัน ดูท่าจะสนุกขึ้นมาแล้วสินะ. นี่ นี่ ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว มาพนันกันว่าบิทช์จังจะหลงการดูดเลือดของใครมากที่สุดกันเถอะ แบบนั้นมันท้าทายอะไรหลาย ๆ ดีไม่ใช่เหรอ ?

อายาโตะ : หา ? พูดอะไรน่ะ ? เรื่องนั้นต้องเป็นฉันคนนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ?

ชู : ความรู้สึกของเหยื่อน่ะจะยังไงก็ช่าง

ไรโตะ : เอ๋~ ? ยังไงก็ช่างเนี่ย … 

อายาโตะ : เฮอะ ก็อย่างที่พูดนั้นล่ะ ไรโตะ ไม่ต้องแข่งอะไรพรรค์นั้นหรอก การที่ถูกฉันดูดเลือดสำหรับยัยนั่นแล้ว เป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว !

ไรโตะ : แบบนั้นจะดีเหรอ ?

อายาโตะ : ว่างจริงนะ ไรโตะ

ชู : เห็นด้วย

อายาโตะ : ฉันจะกลับห้องแล้ว

ไรโตะ : เอ๋ ~ ?

ชู : ฉันด้วย ง่วงแล้ว

ไรโตะ : เอ๋ ? ชูก็ไปเหรอ ?

ชู : พระจันทร์มันถูกบังไปแล้วน่ะสิ

*เสียงปิดประตู*

ไรโตะ : *เฮ่อ* น่าเบื่อจัง สำหรับพวกเราแวมไพร์แล้วน่ะ ถึงจะบอกว่าชั่วนิรันดรแต่ก็แทบจะพูดได้ว่ามีเวลามากมาย มาเป็นเพื่อนเล่นสนุกกับผมกันสักหน่อยก็ได้แท้ ๆ

ไรโตะ : ฮึฮึ สำหรับบิทช์จัง จะรู้สึกยังไงนะ ? จะเข้าใจอะไรผมมั้ย ? แล้วผมจะเปิดเผยมันให้เอง ฮึฮึ ตรงที่รู้สึกดีมากที่สุดน่ะ …

- จบ -