ยินดีต้อนรับสู่โลก DIABOLIK LOVERS แปลไทย สร้างมาเพื่อเก็บ บทแปลเพลง ดราม่าซีดี เกม อนิเมะ และบทสรุปเกมของ Diabolik Lovers ที่เราได้จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะค่ะ

★อัพเดทใหม่★

[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] ภาค DARK FATE - บทนำ Prologue

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ vandead carnival แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ vandead carnival แสดงบทความทั้งหมด

[ENDING THEME] DIABOLIK LOVERS VANDEAD CARNIVAL『誓いのカンパネラ』ระฆังแห่งคำสาบาน


DIABOLIK LOVERS

VANDEAD CARNIVAL


ENDING THEME


『誓いのカンパネラ』
ระฆังแห่งคำสาบาน


ขับร้องโดย

逆巻アヤト CV.緑川 光 - ซาคามากิ อายาโตะ CV.มิโดริคาว่า ฮิคารุ
逆巻シュウ CV.鳥海浩輔 - ซาคามากิ ชู CV.โทริอุมิ โคสุเกะ
逆巻スバル CV.近藤 隆 - ซาคามากิ สุบารุ CV.คอนโด ทากาชิ

**คำเตือน** 

เพลงของทาง Diabolik Lovers นั้นจะชอบใช้คำเปรียบเปรยค่ะ
เพราะงั้นในเนื้อเพลงจะเป็น คันจิ(คำอ่าน) 
ทั้งคันจิและคำอ่านในบางประโยคคือความหมายเดียวกัน
และในบางประโยคคือคำเปรียบเปรยหรือความหมายสองแบบ
เราจะแปลแบบรวมความหมายทั้งสองแบบนะคะ เพื่อให้ได้คำแปลที่สมบรูณ์ที่สุด

>>> เอาจริง ๆ เพลงมันเหมือนกลอนเปรียบเปรยอะคะ แปลยังไงก็ไม่รู้ว่าตรงมั้ย 
เพราะงั้นเราแปลไปตามประโยคของญี่ปุ่นแบบตรง ๆ เลยค่ะ ไม่ได้ตีความหรืออะไรเลย
มันจะหมายความว่ายังไง ใช้ความรู้สึกของตัวเองได้เลยจ้า <<<

❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : Campanella แปลว่า ระฆังใบเล็ก 
โอ้โห เพลงมันเป็นกลอนมาเลยอะ ไม่ถนัดใช้คำแบบกลอนซะด้วยสิ
ชอบเสียงสุบารุตอนหอนที่สุดแล้ว =w=b

ถ้าฟัง intro ขึ้นเพลงจะมีเสียงระฆังดังอยู่ 
ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเสียงระฆังงานแต่งงานหรือระฆังงานศพ 
ถ้าคิดเอาจากตัวเกม น่าจะงานศพ + งานแต่ง พร้อมเลย
แบบว่ารักจนอยากจะฆ่าให้ตายเลยพ่อหนุ่มแวมไพร์โดะเอสเนี่ย
_______________________________________________


เนื้อเพลง


陽に灼(や)けた砂漠の果て、蜃気楼は淡く、遠い、
Hi ni yaketa sabaku no hate, shinkirou wa awaku, tooi,
   ภาพลวงตาเลือนรางอยู่ไกล ๆ 
ที่สุดขอบทะเลทรายแสงแดดแผดเผา

もう、終わりの声をおくれ―――………
Mou, owari no koe o okure ―――………
ช่วยส่งเสียงที่จะหยุดมันมาที ....

泣けるギターは置いてきた
Nakeru Guitar wa oite kita
วางกีตาร์ที่ส่งเสียงร่ำไห้ลง

in your left eye,to my right eye 交錯したものは?
in your left eye,to my right eye Kousaku shita mono wa ?
สิ่งที่ผสมผสานในตาซ้ายของเธอจนถึงตาขวาของฉันคือ ?

すべてそこで理解(わか)りあえるもの、You're Imagin
Subete soko de rikai(Waka)ri aeru mono, You' re Imagin
ทุกสิ่งที่อยู่ตรงนั้นสามารถทำความเข้าใจกันได้ เธอจินตนาการไปเอง

飛び立つ鷹が冷ややかに見下して
Tobitatsu taka ga hiyayaka ni mikudashite
นกเหยี่ยวที่โผบินส่งสายตามองลงมาอย่างเย็นชา

愛の相乗効果すら、見通せるなら
Ai no soujoukouka sura, mitooseru nara
หากคาดเดาได้กระทั่งการประสานงานกันของความรัก

甘い煙を吸って もぅ無念無想、どうしよう?
Amai kemuri o sutte Mou munenmusou,doushiyou ?
สูดเอาควันอันหวานหอมเข้าไป จนปลงตก จะทำยังไง ?


「なあ、それでも……」
[Naa, soredemo……]
"นี่ ถึงจะเป็นอย่างนั้น"

「オマエの血が」
[Omae no chi ga]
"ก็ยังต้องการ"

「……欲しいから」
[…… Hoshiikara]
"...เลือดของเธอยังไงล่ะ"


イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)

イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)

イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)

その身体に、流れてる『血(もの)』じゃなければ、イけない
Sono karada ni, nagareteru “chi(mono) ” janakereba, Ikenai
ถ้าไม่ใช่ "เลือด" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างนั่นแล้วล่ะก็  ไม่ได้หรอก

この吐息で、感じ合った『血(もの)』じゃないければ、イらない
Kono toiki de, kanji atta “chi(mono) ” janaikereba, Iranai
ถ้าหากไม่ใช่ "เลือด" ที่สัมผัสถึงกันได้ด้วยลมหายใจนี้แล้วล่ะก็  ไม่ต้องการ

世界に響き渡ればいいよ、計れない不可思議(フカシギ)
Sekai ni hibiki watareba ii yo, Hakarenai fukashigi
ให้มันดังสะก้อนก้องไปทั่วโลกไปเลย ให้เร้นลับจนวัดไม่ได้

ふたりの血塗られた、誓いのカンパネラ
Futari no chinurareta, chikai no Campanella
 ให้ระฆังแห่งคำสาบาน ที่อาบเลือดของเราสอง

ずっと響いて―――――………
Zutto hibiite ―――――………
ดังก้องไปตลอด ....


(*music)


眼に刻む、虚空の先 真紅(あか)い月が甘く、寂びて
Me ni kizamu, kokuu no saki shinku(aka)i tsuki ga amaku, sabite
ดวงจันทร์แดงฉานเหนือความว่างเปล่าซีดจางตามกาลเวลา ตราตรึงในดวงตา

そう、祈りの声が消えた―――……
Sou, inori no koe ga kieta―――……
จนเสียงคำอธิษฐานเลือนหายไป ....

響くJitterは、幽かだね?
Hibiku jitter wa, kasuka da ne?
ความกระวนกระวายใจที่สะท้อนมา เบาลงไปสินะ ?

in you left ear,to my right ear 失聴した日々は?
in you left ear,to my right ear Shitchou shita hibi wa ?
วันคืนที่หูหนวกไป แล้วในหูซ้ายของเธอทะลุหูขวาของฉันคือ ?

もはやなにも理解(わか)りあえないよ、チューリングマシン
Mohaya nanimo rikai(Waka)ri aenai yo, Turing machine
เครื่องจักรทัวริง ไม่อาจทำความเข้าใจกับทุกอย่างได้อีกแล้ว

さざめく波は軽やかに上振れて
Sazameku nami wa karoyaka ni uwa furete
ระลอกคลื่นกระเพื่อมด้านบนอย่างเบาบาง

精の問答(といかけ)すら、受け入れられず 苦い煙を吸って
Sei no mondou(toikake) sura, ukeirerarezu nigai kemuri o sutte
แม้แต่คำถามคำตอบของจิตวิญญาณ ก็ไม่อาจทนรับ สูดควันขม ๆ เข้าไปได้

そぅ 嗜好錯誤、どうだろう?
Sou shikou sakugo, doudarou?
ใช่แล้ว ลองผิดลองถูก เป็นยังไง ?


「なにが、欲しい?」
[Nani ga, hoshii?]
"ต้องการอะไร ?"

「自分でも」
[Jibun demo]
"แม้แต่ตัวเอง"

「……判らない」
[…… Wakaranai]
"...ก็ไม่เข้าใจ"


ア・イ・タ・イ(ア・エ・ナ・イ)
A.i.ta.i (a.e.na.i)
อยาก จะ เจอ เธอ (ไม่ ได้ พบ เจอ)

ア・イ・タ・イ(ア・エ・ナ・イ)
A.i.ta.i (a.e.na.i)
อยาก จะ เจอ เธอ (ไม่ ได้ พบ เจอ)

ア・イ・タ・イ(ア・エ・ナ・イ)
A.i.ta.i  (a.e.na.i)
อยาก จะ เจอ เธอ (ไม่ ได้ พบ เจอ)

あの苦痛(なやみ)は、終わらない『血(もの)』じゃなければ、トばない
Ano kutsuu(nayami) wa, owaranai “chi(mono)” janakereba, tobanai
ถ้าความทุกข์ตรมนั้นไม่ใช่ "เลือด" ที่ไม่สิ้นสุดแล้วล่ะก็ ไม่พอใจหรอก

死の予感と、責めぎ合う『血(もの)』じゃなければ、トべない
Shi no yokan to, semegiau “chi(mono)” janakereba, tobenai
หากไม่ใช่ "เลือด" ที่โทษกันว่าเป็นลางแห่งความตายแล้วล่ะก็ พอใจไม่ได้หรอก

僅かに見えた希望の鼓動 咎色の雲へと
Wazuka ni mieta kibou no kodou togairo no kumo e to
จังหวะการเต้นของความหวังอย่างแผ่วเบา มุ่งสู่เมฆที่เปื้อนสีความผิด

ふたりの血塗られた、誓いのカンパネラ
Futari no chinurareta, chikai no Campanella
ระฆังแห่งคำสาบาน อาบเลือดของเราสอง

愛は「ここ」に―――………
Ai wa [koko] ni―――………
ความรักอยู่ ณ "ตรงนี้" แล้ว ...


(*music)


ねぇ、我慢せずに、吸い尽し
Nee, gamansezuni, sui tsukushi
นี่ จะดูดให้หมดโดยที่ไม่อดทนแล้ว


「すべて」
[Subete]
"ต่อให้ทุกอย่าง"

「終わっても」
[Owatte mo]
"ต้องจบลงไป"

「……―――構わない」
[……――― Kamawanai]
".... ก็ไม่สน"


イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)

イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru  (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)

イ・キ・テ・ル(イ・キ・テ・タ)
I.ki.te.ru  (i.ki.te.ta)
มี ชี วิต อยู่ (มี ชี วิต มา)


その身体に、流れてる『血(もの)』じゃなければ、イけない
Sono karada ni, nagareteru “chi(mono) ” janakereba, ikenai
ถ้าไม่ใช่ "เลือด" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างนั่นแล้วล่ะก็  ไม่ได้หรอก

この吐息で、感じ合った『血(もの)』じゃなけれな イらない
Kono toiki de, kanji atta “chi(mono) ” janakereba, iranai
หากไม่ใช่ "เลือด" ที่สัมผัสถึงกันได้ด้วยลมหายใจนี้แล้วล่ะก็  ไม่ต้องการ

世界に響き渡ればいいよ、計れない不可思議(フカシギ
Sekai ni hibiki watareba ii yo, hakarenai fukashigi (fukashigi)
ให้มันดังสะก้อนก้องไปทั่วโลกเลย ให้เร้นลับจนวัดไม่ได้

ふたりの血塗られた、誓いのカンパネラ
Futari no chinurareta, chikai no Campanella
 ให้ระฆังแห่งคำสาบาน ที่อาบเลือดของเราสอง

ずっと響いて―――――………
Zutto hibiite―――――………
ดังก้องไปตลอด ....


僅かに見えた希望の鼓動 咎色の雲へと
Wazuka ni mieta kibou no kodou togairo no kumo e to
จังหวะการเต้นของความหวังที่แผ่วเบา มุ่งสู่เมฆที่เปื้อนสีความผิด

ふたりの血塗られた 誓いのカンパネラ
Futari no chinurareta, chikai no Campanella
ระฆังแห่งคำสาบาน อาบเลือดของเราสอง

愛は「ここ」に―――………
Ai wa [koko] ni ...
ความรักอยู่ ณ "ตรงนี้" แล้ว ...


愛は「ここ」に―――………
Ai wa [koko] ni ...
ความรักอยู่ที่ตรงนี้  ...

愛は「ここ」に―――………
Ai wa [koko] ni ...
ความรักอยู่ที่ตรงนี้  ...

愛は「ここ」に―――………
Ai wa [koko] ni ...
ความรักอยู่ที่ตรงนี้  ...

______________________________________________________

**Campanella เป็นชื่อที่ใช้เรียกงานประพันธ์สำหรับบรรเลงเดี่ยวเปียโน 
ผลงานของฟรานซ์ ลิซท์ในปี ค.ศ. 1838 โดยนำทำนองมาจากมูฟเมนต์ที่สาม
 มูฟเมนต์สุดท้ายของไวโอลินคอนแชร์โตหมายเลข 2 
ในบันไดเสียง บี ไมเนอร์ ผลงานในปี ค.ศ. 1826 ของนิกโคโล ปากานินี 
เพิ่มเสียงจากระฆังจิ๋วที่ใช้มือเขย่า**

**Turing machine คือ คือเครื่องจักรนามธรรมที่แอลัน ทัวริงได้คิดค้นขึ้นใน ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) เพื่อการนิยามขั้นตอนวิธีหรือ 'กระบวนการเชิงกล' อย่างชัดเจนแบบคณิตศาสตร์ เครื่องจักรทัวริงได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎี โดยเฉพาะในทฤษฎีความซับซ้อนในการคำนวณและทฤษฎีการคำนวณ ข้อปัญหา (thesis) ที่ว่าโมเดลของเครื่องจักรทัวริงนั้นครอบคลุมกระบวนการเชิงกลทั้งหมด ในการคำนวณทางตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อข้อปัญหาของเชิร์ช-ทัวริง

ข้อมูลจาก wikipedia




[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] VANDEAD CARNIVAL - บทนำ Prologue




              [บทสรุปเกม Guide & Walkthrough]               

DIABOLIK LOVERS 

VANDEAD CARNIVAL

(เทศกาลแห่งความตาย)


__________________________________________________________

                               How to (วิธีเล่นเกม)                             

                         เฉลยคำตอบทั้งหมดในภาค                         

                  แนะนำภาค VANDEAD CARNIVAL                   
__________________________________________________________


  Prologue (บทนำ) - เนื้อเรื่องหลัก          


--- สถานที่ : ห้องรับแขกบ้านซาคามากิ ---


อายาโตะ : หา !? อะไรล่ะนั่น... บอกว่าให้ไปเข้าร่วมงานเทศกาลคาร์นิวัลงั้นเหรอ ?
เรย์จิ : ... อายาโตะ ช่วยอย่าอ้าปากพูดในตอนที่กำลังกินทาโกะยากิอยู่สิครับ มารยาทไม่ดีเลยนะครับ
อายาโตะ : น่ารำคาญ! ไม่ใช่ว่ากินค้างไว้อยู่สักหน่อย ช่างฉันเถอะน่า...
อายาโตะ : ให้ตายสิ เจ้าพ่อบ้า ทำเรื่องบ้าบอคอแตกอยู่ได้ทุกครั้ง ๆ เลย...
คานาโตะ : ที่ว่าให้เข้าร่วมงานคาร์นิวัลอะไรนั่น ทั้งที่ไม่เคยบอกให้เข้าร่วมเลยแท้ ๆ...แต่คราวนี้กลับมาเจาะจงให้ไปเป็นเพราะอะไรกันนะครับ?
ไรโตะ : ไม่รู้สินะ ความประหลาดของคนคนนั้นน่ะ ใช่ว่าเพิ่งจะเริ่มมาเป็นตอนนี้ซะด้วยสิ ...
ไรโตะ : ต่อให้มาบอกว่า "จากนี้ไปจงไปดาวอังคารซะ" ผมก็ไม่ตกใจหรอกนะ อะฮึ
ไรโตะ : เนอะ บิทช์จัง เธอเองก็เห็นด้วยใช่มั้ย ?
ยุย : (อืมม... ถึงฉันจะไม่ได้รู้จักพ่อของทุกคนดี....)
ยุย : พอได้ยินเรื่อง ก็คิดว่าสงสัยจะเป็นคนที่น่ากลัวเอามาก ๆ เลยนะ
ไรโตะ : ใช่ ๆ ก็คนคนนั้นน่ะ เป็นคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อให้ได้กลั่นแกล้งรังแกพวกเรานี่น๊า
เรย์จิ : ไรโตะ พูดเกินไปแล้วนะครับ
เรย์จิ : ผมก็แค่รับบัตรเชิญร่วมงาน Vandead Carnival ที่จะจัดขึ้นที่โลกปีศาจในคืนนี้จากปีศาจรับใช้ของท่านพ่อเท่านั้นเองครับ
สุบารุ : ชิ...น่ารำคาญ ! งานเทศกาลคาร์นิวัลบ้าบออะไรกัน คิดได้อย่างเดียวว่าสมองเพี้ยนไปแล้ว!

*สุบารุทุบกำแพง*
เรย์จิ : สุบารุ ถ้าทำให้กำแพงมีรูมากไปกว่านี้ ผมจะหักค่าซ่อมแซมจากค่าขนมของคุณนะครับ
สุบารุ : หา !? ไม่ตลกเลยนะเฟ้ย !! เผด็จการชัด ๆ !!
เรย์จิ : เผด็จการตรงไหนกันครับ
เรย์จิ : ยังไงก็ตาม อย่างที่พูดไป จากนี้ไปเราจะไปงาน Vandead Carnival กันครับ
อายาโตะ : ใครบอกว่าจะไปเข้าร่วมงานพรรค์นั้นกันฟะ ! ฉันไม่ไปหรอก
คานาโตะ : ผมก็ไม่เอาด้วยครับ
ไรโตะ : ดูท่าทางน่าเบื่อซะด้วย ผมเองก็ขอผ่านดีกว่ามั้ง
สุบารุ : แน่นอน ฉันเองก็ขอผ่านล่ะ ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องไปเข้าร่วมด้วยสักหน่อย
ชู : ฉันก็ด้วย ไม่ว่างขนาดจะไปเล่นเป็นเพื่อนพ่อหรอกนะ
เรย์จิ : งั้นเหรอครับ...เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นไรครับ
อายาโตะ : อะไรกัน เรย์จิจะไปเหรอ
เรย์จิ : ครับ ไปสิครับ ผมขอเลี่ยงความยุ่งยากจากการขัดคำสั่งท่านพ่อดีกว่าครับ
เรย์จิ : ยิ่งไปกว่านั้น (ชื่อนางเอก) เธอคนนั้นก็ต้องไปด้วยไงล่ะครับ
ยุย : เอ๊ะ...? ฉัน...ต้องไปด้วยเหรอคะ ?
สุบารุ : ยัยนี่ไม่เกี่ยวไม่ใช่เหรอ ? ทำไมต้องพาไปด้วยเล่า !?
เรย์จิ : ก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ เพราะในบัตรเชิญนี้เขียนว่าให้พาหล่อนไปงานคาร์นิวัลด้วยน่ะสิครับ
ยุย : เอ๋!?
เรย์จิ : แล้วยัง บอกว่าให้พาเธอไปในฐานะราชินีของคาร์นิวัล...อีกด้วยนะ
ยุย : (ราชินีของคาร์นิวัล...? ทำไมถึงเป็นฉัน...?)
ชู : หา ? ราชินีของคาร์นิวัล ? อะไรล่ะนั่น...ไม่เห็นเคยได้ยินเลย
ชู : ก็เคยโผล่หน้าไปงานคาร์นิวัลอยู่ครั้งหนึ่งหรอก
ชู : แต่ราชินีหรืออะไรนั่นน่ะ...มีของพรรค์นั้นด้วยเหรอ...?
เรย์จิ : นั่นสินะครับ ผมเองก็เหมือนกับชู เคยเข้าร่วมงานคาร์นิวัลอยู่ก็จริง...
เรย์จิ : แต่เพิ่งเคยได้ยินเรื่องพรรค์นั้นครับ
สุบารุ : หา ? เรื่องนั้นหมายความว่าไง 
ไรโตะ : งั้นไม่ใช่ว่าเพิ่งกำหนดขึ้นมาหลังจากงานคาร์นิวัลที่เรย์จิกับชูเคยเข้าร่วมเหรอ?
เรย์จิ : ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ
เรย์จิ : เพื่อให้ได้รับรู้เรื่องราวความเป็นไปในโลกปีศาจ ผมจึงสั่งหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ในโลกปีศาจมาอ่านทุกวันนะครับ
เรย์จิ : ถ้าเรื่องพรรค์นั้นถูกจัดตั้งขึ้นมา ก็น่าจะรู้ได้จากในนั้นครับ...
คานาโตะ : งั้น คงเพิ่งเริ่มกำหนดขึ้นครั้งนี้มั้งครับ
ชู : ...รู้สึกได้กลิ่นตุ ๆ นะ...
เรย์จิ : ก็ อย่างที่ว่าไปครับ ผมจะพาเธอคนนี้ไปโลกปีศาจด้วย
เรย์จิ : ขอเชิญพวกคุณ ทำเมินคำสั่งของท่านพ่อไป และหาทางรับมือกับการลงโทษที่จะมาให้พอเถอะ
อายาโตะ : อึ๊ก....
เรย์จิ : คราวนี้คงได้เวลา ออกไปนอกอวกาศแล้วมั้งครับเนี่ย...ฮึ ๆ
ไรโตะ : อะฮะ ๆ...ถ้าบิชท์จังไปล่ะก็ ผมเองก็ไปบ้างดีมั้ยนะ
คานาโตะ : ไรโตะ ! คิดจะหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวเหรอครับ ?
ไรโตะ : ไม่ได้หนีเอาตัวรอดสักหน่อย พูดตรง ๆ ก็แค่ว่า ถ้าได้ไปกับบิชท์จังแล้วล่ะก็งานคาร์นิวัลมันก็คงไม่เลวเหมือนกันนะ น่ะ
ยุย : ดะ- เดี๋ยวก่อน !
ชู : ...อะไรล่ะ ?
ยุย : คือว่า...ถึงจะคุยคืบหน้ากันไปไกลแต่ว่าฉันยังไม่ได้ตัดสินใจจะไปเลยนะ...
ยุย : แล้วอีกอย่างที่ว่างานเทศกาลคาร์นิวัลของโลกปีศาจเนี่ยมันคืออะไรเหรอคะ ... ?
อายาโตะ : ถ้าพูดว่าเป็นคาร์นิวัล มันก็ต้องเป็นคาร์นิวัลอย่างที่พูดไงเล่า ยัยบื้อ
ยุย : ก็ ถ้าเป็นเหมือนอย่างงานคาร์นิวัลของต่างประเทศฉันเองก็พอจะเข้าใจ แต่งานคาร์นิวัลของโลกปีศาจเนี่ย...?
เรย์จิ : มีสิครับ ที่โลกปีศาจเองก็มีงานเทศกาลที่เรียกว่าคาร์นิวัลเช่นกัน
เรย์จิ : ก็ ถึงจะเรียกว่าเป็นงานเทศกาลของโลกปีศาจแต่ก็คิดว่าไม่ต่างไปจากงานเทศกาลของโลกมนุษย์เป็นพิเศษหรอกนะครับ
เรย์จิ : ถ้าจะให้อธิบาย งานคาร์นิวัลนี้ เป็นการเฉลิมฉลองของเหล่าแวมไพร์ที่จัดขึ้นในโลกปีศาจ
เรย์จิ : หรือก็คือ ก็แค่ผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นแวมไพร์ทั้งหมดเท่านั้นครับ
ยุย : ผู้เข้าร่วมทุกคน...เป็นแวมไพร์...!?
ยุย : (ถะ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็นึกภาพไม่ออกเลย...!)
ยุย : (ยิ่งไปกว่านั้นงานคาร์นิวัลของโลกปีศาจเนี่ยดูน่ากลัวสุด  ๆ เลย....)
ยุย : (ราชินีของงานคาร์นิวัลที่ว่าต้องทำยังไงก็ไม่ค่อยเข้าใจ)
ยุย : (แล้วอีกอย่างทำไมถึงให้ฉันบทที่ทุกคนเองก็ไม่รู้จักด้วยนะ...?)
ยุย : (เรื่องแบบนั้นไม่น่าทำได้หรอก...!)


สุบารุ : ...นี่เธอ ทำหน้าตาเกร็งสุด ๆ อยู่แน่ะ
ยุย : กะ- ก็เพราะ...เรื่องนั้นมัน...
ยุย : งานเทศกาลของแวมไพร์ที่จัดขึ้นในโลกปีศาจนรู้สึกน่ากลัวสุด ๆ ไปเลยนี่...
ยุย : แล้วที่บอกว่าให้เป็นราชินีของงานคาร์นิวัลที่ต้องทำอะไรก็ไม่รู้ ถ้าทำได้ก็ไม่อยากเป็นเลย...
คานาโตะ : งั้น ก็จะไม่เข้าร่วมสินะครับ ?
ยุย : อะ อื้ม...
เรย์จิ : เรื่องแบบนั้น คิดว่าจะยอมให้ทำเหรอครับ ?
ยุย : อุ...ว่าแล้วเชียว นั่นสินะคะ...
เรย์จิ : ก็แน่อยู่แล้วนี่ครับ ? ให้ตายสิ
ยุย : (อย่างน้อย ๆ ถ้าได้รู้ว่าการเป็นราชินีของงานคาร์นิวัลต้องทำอะไรบ้างก็คงดีหรอก...)
ชู : เฮ่อ... ช่วยไม่ได้...ฉันเองก็จะไปแล้วกัน
อายาโตะ : เห เป็นจอมขี้เกียจแท้ ๆ แปลกดีนี่น่า
ชู : ...ก็เพราะว่าถ้าไปกระตุ้นให้พ่อโกรธมันจะยุ่งยากนี่น่า ...
เรย์จิ : เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดไม่เลวสำหรับคุณเลยนะครับ
สุบารุ : ...ฉันก็จะไปด้วย
เรย์จิ : อ้าว คุณก็ด้วยเหรอครับ
สุบารุ : ก็ถึงจะอยู่ที่นี่ มันว่างนี่น่า...
คานาโตะ : พูดแบบนั้น สุบารุก็แค่เป็นห่วงเธอคนนี้เท่านั้นไม่ใช่เหรอครับ ?
ยุย : เอ๊ะ !? ฉะ- ฉันเหรอ ?
สุบารุ : หา !? ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่ !!
ไรโตะ : สุบารุคุงเนี่ย น่ารักจังนะ 
สุบารุ : หา !? เดี๋ยวก็ฆ่าทิ้งซะหรอกแก !!
เรย์จิ : ครับ ๆ การล้อสุบารุเล่นพอแค่นั้นล่ะครับ  แล้วผู้เข้าร่วมนอกเหนือจากนั้นล่ะ....
อายาโตะ : ชิ...ถ้าเธอไปฉันก็ไป
คานาโตะ : ผมก็ไปเหมือนกันครับ เพราะว่าที่นั่นมีร้านขนมที่ผมชอบมาก ๆ อยู่
ไรโตะ : สุดท้ายแล้วทุกคนก็เข้าร่วมกันหมดเลยสินะ
เรย์จิ : เอาเถอะ นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ท่านพ่อหวังก็เป็นได้
เรย์จิ : ผมไม่มีข้อโต้แย้งอะไรหรอกครับ
ชู : หาว...ถ้างั้นก็ไปกันได้แล้วมั้ง...
ยุย : ดะ- เดี๋ยวก่อน !! ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ...
เรย์จิ : ของพรรค์นั้นไม่จำเป็นหรอกครับ
ไรโตะ : เอ้า บิทช์จัง ! ไปกันเถอะ ๆ !
ยุย : อ๊า ! ดะ- เดี๋ยวก่อน ... !!
ยุย : (ไปกันซะแล้ว ...)
ยุย : (ขนาดว่า โลกปีศาจที่จะไปเนี่ยเป็นที่แบบไหนยังไม่รู้เลยแท้ ๆ ...)
ยุย : (แล้วให้ฉันเป็นราชีนีของงานคาร์นิวัลเนี่ย...)
ยุย : (รู้สึกกังวลจังเลย...)


--- สถานที่ : ห้องรับแขกบ้านมุคามิ ---


รุกิ Vandead Carnival เหรอ
ยูมะ : หา ? รุกิ มีอะไร ?
รุกิ ดูนี่สิ
ยูมะ : หา ? จดหมายเหรอ ? เอ้ย ! จากท่านฮาร์นไฮนซ์ ไม่ใช่เหรอ
อาซึสะ : เอ... "มาเข้าร่วมงานแวนเด็ท คาร์นิวัล ซะ"...
อาซึสะ : (ชื่อนางเอก) อีฟ ถูกเลือกให้เป็นราชินีของงานคาร์นิวัล
ยูมะ : เฮ้ย อาซึสะ ! คนกำลังอ่านอยู่แท้ ๆ อย่าเข้ามาแทรกเซ่ !
อาซึสะ : โทษที...ก็เพราะเห็นชื่อของเธอน่ะ... ก็เลยเผลอสงสัยน่ะ
ยูมะ : ให้ตายสิ เอ้าช่างมันเถอะ... ว่าแต่รุกิ จะเอายังไงล่ะ ?
รุกิ ก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ? พวกเราก็ต้องไปเข้าร่วมคาร์นิวัลไงล่ะ
รุกิ การที่เรียกพวกเราไปนั้น ก็แสดงว่าต้องเรียกพวกซาคามากิไปด้วยอย่างแน่นอนเลย
รุกิ แต่ก็นะ ตรงส่วนที่ว่าเรียกพวกซาคามากิไปน่ะไว้ก่อน ยังไงพวกเราก็ต้องทำตามคำสั่งของท่านผู้นั้นอยู่แล้ว
ยูมะ : ก็ ต้องเป็นงั้นอยู่แล้วนี่น่ะ
โคว หืม ? ทุกคนกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ
อาซึสะ : อื้ม...โคว ดูเหมือนว่าจากนี้ไปต้องไปร่วมงานคาร์นิวัลที่โลกปีศาจน่ะ
โคว เอ๋ ? จากนี้ ?? กระทันหันจังนะ ที่ว่าคาร์นิวัลของโลกปีศาจเนี่ย เป็นงานเทศกาลของโลกปีศาจสินะ ?
ยูมะ : ใช่ แล้วยัยหมูตัวเมียก็ดูเหมือนจะถูกเชิญให้เป็นราชินีของงานคาร์นิวัลนั่นด้วยนะ
โคว เห ? เอ็มเนโกะจังน่ะเหรอเป็นราชินี ? รู้สึกว่ายอดไปเลยนะ ! น่าสนุกจัง 
โคว แต่ว่า ราชินีเนี่ย เค้าต้องทำอะไรกันเหรอ ?
ยูมะ : ฉันจะไปรู้ได้ไงเล่า ? ท่านผู้นั้นน่ะเรื่องเหยียบเท้าคนอื่นด้วยรองเท้าส้นแหลมแบบสุด ๆ... (โดนรุกิตัดบท)
รุกิ เฮ้ ยูมะ ไม่ใช่แบบนั้นไม่ใช่เหรอ ?
ยูมะ : ระ- รู้แล้วล่ะน่า ! ล้อเล่นหรอกน่าล้อเล่นน่ะ !
ยูมะ : ว่าแต่ ถ้าเป็นรุกิน่าจะรู้อะไรไม่ใช่เหรอ ? ไอ้ที่ว่าราชินีของคาร์นิวัลอะไรนั่นน่ะ
รุกิ ...น่าเสียดายนะ ฉันไม่รู้ แต่เคยได้ยินเรื่องงานคาร์นิวัลอยู่หรอก..
อาซึสะ : ...มีเรื่องที่รุกิเองก็ไม่รู้อยู่ด้วยสินะ...
รุกิ ก็ตั้งใจว่าศึกษาเรื่องของโลกปีศาจได้ส่วนใหญ่อยู่หรอก แต่ฉันเองก็ยังความรู้น้อยอยู่สินะ
โคว น่า ก่อนอื่นก็ไปลองดูงานคาร์นิวัลก็พอแล้วนี่ ♪ อยากจะเห็นเอ็มเนโกะจังเป็นราชินีจังเลยนะ
ยูมะ : ถ้างั้นก็ ออกไปกันเดี๋ยวนี้เลยแล้วกัน
รุกิ ได้สิ คาดว่าพวกของเธอคงเข้าไปโลกปีศาจกันแล้วล่ะ
อาซึสะ : ฮึ ๆ ๆ ...อยากเจออีฟเร็ว ๆ จังเลยนะ...

--- ตัดฉาก ---



เรย์จิ : ให้ตายสิ ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าท่านพ่อจะเชิญพวกคุณมาด้วย
ยูมะ : อะไรเล่า มีปัญหารึไง ?
โคว : ก็เป็นงานเทศกาลคาร์นิวัลนี่ มันต้องครึกครื้นถึงจะดีที่สุดใช่มั้ย ♪
สุบารุ : ครึกครื้น ? เข้าใจผิดกับหนวกหูรึเปล่า ?
อาซึสะ : ...จะทะเลาะกัน...ไม่ได้นะ 
ยุย :  ชะ- ใช่แล้วล่ะ ! นี่...ทุกคนมาสนิทสนมกันไว้เถอะนะ
อายาโตะ : ชิชินาชิ นี่เธออย่าพูดจาละเมอน่า !
คานาโตะ : ใช่แล้วครับ จะโง่ก็ให้มันพอดี ๆ หน่อยสิครับ... ! จะให้สนิทกับคนพวกนี้น่ะเหรอ...ไม่มีทาง !!
ยุย : (ไม่นึกว่าจะเจอกับพวกรุกิคุงตรงปากทางเข้าโลกปีศาจ... )
ยุย : ตะ...แต่ว่า...ถูกเชิญให้มาไม่ใช่ว่าให้มาเที่ยวงานคาร์นิวัลด้วยกันหรอกเหรอ... ?
ชู : เฮ่อ...จะเข้าใจอะไรผิดไปก็ไม่รู้หรอกนะ... แต่ว่าใครเป็นคนบอกว่าต้องเที่ยวงานเทศกาลคาร์นิวัลกับเจ้าพวกนี้กัน ?
ยุย : เอ๊ะ !? ไม่ใช่เหรอคะ ?
ชู : ก็แน่อยู่แล้วนี่ ? พวกกิจกรรมรวมกลุ่มกันน่ะ ฉันขอผ่าน. เดิมทีก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเดินเที่ยวชมงานเทศกาลคาร์นิวัลอยู่แล้ว
สุบารุ : ฉันก็ด้วย. ตาแก่นั่นบอกว่าให้เข้าร่วมงานคาร์นิวัลก็จริง แต่ไม่ได้บอกว่าให้เดินเที่ยวงานรอบ ๆ สักหน่อยนี่ ?


รุกิ : เอาเถอะ พวกนายจะใช้เวลายังไง มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกฉันหรอก
รุกิ : ต่างคนต่างร่วมงานกันตามใจชอบก็พอแล้วนี่
ยุย : เอ๊ะ เอ๋ ... !?
ยุย : (อุตส่าห์ได้มารวมตัวกันครบทั้ง 10 คนแล้วแท้ ๆ ทั้งที่ไม่น่าจะกระจัดกระจายกันไปเลยแท้ ๆ)

--- ตัดฉาก ---


ไรโตะ : นี่ ตามที่พูดกันไปนะ บิทช์จัง  ไปทำเรื่อง ... สนุก ๆ ในงานเทศกาลคาร์นิวัล ...
ไรโตะ : กับ - ผม - เถอะ - นะ 
ยุย : เอ๊ะ ?
ไรโตะ : ก็แหม แต่ละคนไปตามใจตัวเองใช่มั้ยล่ะ ? ถ้างั้นตอนนี้บิทช์จังก็อยู่ลำพังใช่มั้ยล่ะ ?
ยุย : เอ่อ ...
เรย์จิ : ไรโตะ กรุณาอย่าตัดสินเอาเองสิครับ
ไรโตะ : อะฮึ เรย์จิเองก็อยากร่วมเที่ยวงานเทลกาลกับเจ้าหล่อนด้วยเหมือนกันเหรอ ?
เรย์จิ : ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ. แต่ผมจะบอกว่าคนที่ได้อยู่กับเจ้าหล่อนนั้นจำเป็นต้องเตรียมใจนับแต่นี้ไปต่างหากครับ
รุกิ : หล่อนน่ะ เป็นมนุษย์ที่มีเลือดที่พิเศษ...
เรย์จิ : ถูกต้องตามนั้น. สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกนี้แล้วนั้น หล่อนคืออาหารที่น่ารับประทานครับ


เรย์จิ : ยิ่งไปกว่านั้น คงจะพอเข้าใจเรื่องรายละเอียดกันดีอยู่แล้ว ว่าคราวนี้เธอได้รับบทบาทเป็นราชินีของงานคาร์นิวัลอยู่นะครับ
ยูมะ : สรุปก็คือ อยากจะพูดว่าจำเป็นที่ต้องปกป้องยัยนั่นให้พ้นจากเจ้าพวกแวมไพร์ที่อยู่ตรงโน้นสินะ ?
เรย์จิ : ครับ ใช่แล้วครับ
ยุย : อะ เอ่อ !
โคว : หือ ? มีอะไรเหรอ ? เอ็มเนโกะจัง
ยุย : พวกโควคุงรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับราชินีงานคาร์นิวัลด้วยเหรอ ?
โคว : อ๋อ เรื่องนั้นน่ะนะ ที่จริงแล้วพวกฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ...
ยุย : งะ งั้นเหรอ...
ยุย : (งั้นเหรอ...พวกบ้านมุคามิทุกคนก็ไม่รู้เรื่องเหรอ)
อายาโตะ : เอาน่า เรื่องพรรค์นั้นพอถึงบทออกโรงแล้วก็เข้าใจเองนั่นล่ะ !
ยุย : บทออกโรง...?
ชู : งานเต้นรำช่วงฟินาเล่ของคาร์นิวัล. คาดว่าราชินีคงต้องได้ทำอะไรที่นั่นล่ะมั้งน่ะสิ
ยุย : (งานเต้นรำช่วงฟินาเล่ของคาร์นิวัล ... ?)
ชู : เพราะถ้าจะให้ยิ่งใหญ่ที่นั่นคือจุดรวมสายตาจับจ้องอันดับหนึ่งเลยน่ะสิ
ยุย : อย่างนั้นเองเหรอคะ...
สุบารุ : บอกว่าฟีนาเล่ งั้นก็ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะเลยนี่...
เรย์จิ : ครับ. ในระหว่างนั้น จะต้องมีใครคอยดูแลหล่อนไว้ครับ
อายาโตะ : หา ? มาถึงที่นี่แล้วยังต้องมาคอยเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ชิชินาชิอีกเหรอ...
รุกิ ถ้าบอกว่าปล่อยเธออยู่ตามลำพังแล้วถูกเจ้าพวกแวมไพร์ชั้นต่ำแถวนั้นจับกินก็ช่าง
รุกิ : นายก็ยอมสละหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กไปซะก็ได้นี่น่า
อายาโตะ : ชิ...ถ้าฉันไม่อนุญาตอย่าได้มาดูดเลือดของชิชินาชิเชียวนะ !!
โคว : ถ้าอย่างนั้น ต้องคอยอยู่ข้าง ๆ เธอคอยป้องกันไว้แล้วสินะ 
โคว : เพราะว่าเอ็มเนโกะจังเป็น โดะเอ็ม นี่น่า. ถ้าไม่คอยเฝ้าไว้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ถูกใครเอาไปดูดเลือดกันพอดี
อาซึสะ : อีฟ ไม่เป็นไรหรอก. ฉัน...จะปกป้องให้เอง
ไรโตะ : ถ้าเป็นผมล่ะก็ในระหว่างที่ปกป้องบิทช์จัง สามารถมอบความสนุกในงานคาร์นิวัลให้ได้มากมายเลยนะ อะฮึ 
คานาโตะ : ถ้าเป็นหน้าที่แบบนั้น ผมคนนี้เหมาะสมที่สุดแล้วสินะครับ เนอะ เท็ดดี้ ?
ชู : จะยังไงก็ได้ทั้งนั้น ฉันน่ะขอบายกับแค่การทำกิจกรรมรวมกลุ่มเท่านั้น...
ชู : เธอน่ะเลือกคนที่จะทำหน้าที่คุ้มกันมาสักคนสิ เพราะเรื่องนั้นดูจะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญที่สุดแล้ว...
ยูมะ : เฮอะ นาน ๆ ที นีตก็พูดอะไรดี ๆ เป็นเหมือนกันนี่. เอ้า ยัยหมูตัวเมีย รีบ ๆ ตัดสินว่าใครจะทำสักทีสิ !
ยุย : ถะ ถึงจะพูดแบบนั้นกะทันหันก็เถอะ ...
ยุย : (...แต่ว่าฉันไม่รู้จักโลกปีศาจดีพอซะด้วยสิ ถ้ามีใครคอยอยู่ด้วยคงสบายใจกว่าสินะ...)
ยุย : (ทำยังไงดีล่ะ... ?)



   ทำการเลือกตัวละคร                        



ในภาคนี้ตอนที่เลือกตัวละครหลังจบบทนำ プロローグ
 สามารถเลือกได้ทั้งสองบ้านเลยค่ะ

          逆巻家  (บ้านซากามากิ)          

[อายาโตะ] [คานาโตะ] [ไรโตะ] [ชู] [เรย์จิ] [สุบารุ]

               無神家  (บ้านมุคามิ)              

[รุกิ] [โคว] [ยูมะ] [อาซึสะ]


**กำลังอยู่ในระหว่างจัดทำ**