ยินดีต้อนรับสู่โลก DIABOLIK LOVERS แปลไทย สร้างมาเพื่อเก็บ บทแปลเพลง ดราม่าซีดี เกม อนิเมะ และบทสรุปเกมของ Diabolik Lovers ที่เราได้จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะค่ะ

★อัพเดทใหม่★

[บทสรุปเกม Guide & Walkthrough] ภาค DARK FATE - บทนำ Prologue

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ carla แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ carla แสดงบทความทั้งหมด

[ENDING THEME] DIABOLIK LOVERS DARK FATE『S.O.S-ΑtoΩ-』


DIABOLIK LOVERS

DARK FATE


ENDING THEME

 『S.O.S-ΑtoΩ- 

สัญญาณขอความช่วยเหลือ - จากฉัน(A)ถึงเธอ(โอเมก้า) -


ขับร้องโดย

月浪カルラ CV.森川智之 - สึกินามิ คาร์ล่า CV.โมริคาว่า โทชิยูกิ
月浪シン CV.森久保祥太郎 - สึกินามิ ชิน CV.โมริคุโบะ โชวทาโร่


**คำเตือน** 

เพลงของทาง Diabolik Lovers นั้นจะชอบใช้คำเปรียบเปรยค่ะ
เพราะงั้นในเนื้อเพลงจะเป็น คันจิ(คำอ่าน) 
ทั้งคันจิและคำอ่านในบางประโยคคือความหมายเดียวกัน
และในบางประโยคคือคำเปรียบเปรยหรือความหมายสองแบบ
เราจะแปลแบบรวมความหมายทั้งสองแบบนะคะ เพื่อให้ได้คำแปลที่สมบรูณ์ที่สุด


>>> เอาจริง ๆ เพลงมันเหมือนกลอนเปรียบเปรยอะคะ แปลยังไงก็ไม่รู้ว่าตรงมั้ย 
เพราะงั้นเราแปลไปตามประโยคของญี่ปุ่นแบบตรง ๆ เลยค่ะ ไม่ได้ตีความหรืออะไรเลย
มันจะหมายความว่ายังไง ใช้ความรู้สึกของตัวเองได้เลยจ้า <<<

❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : Sexy มากเพลงนี้ ฟังตอนแรกเหมือนเพลงเกาหลีเลย
ตายค่ะ ตอนคาร์ล่ากับชิน "ฮ่า..." หลังดูดเลือดเนี่ย ตายๆๆๆ
จะเล่นคำไปไหน - -* อาร์ตเกินไปแล้วนะคะ
สงสารคนนั่งแปลบ้าง (ฮา)

ชื่อเพลงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ไอ้เราก็อ่าน Ato Ω ที่แท้มันอ่านว่า 

AtoΩ มันอ่านว่า A to Ω (เอ ทู โอเมก้า !!!)

ตึ๊งโป๊ะ !! (หัวโขกพื้น)
โง่นานไปหน่อย ติดคำญี่ปุ่น ato นึกไม่ถึงจริง ๆ

คำศัพท์
S.O.S = สัญญาณขอความช่วยเหลือ
Ω (โอเมก้า) จากภาษากรีกแปลว่า อวสาน,จุดสุดท้าย,สิ้นสุด,เป็นเลิศ
A ในเพลง คือตัวอัลฟาเบส หรือจุดเริ่มต้น
A คือ จุดเริ่ม Ω คือ จุดจบ  หรือก็คือ A = ตัวฉัน (ชิน+คาร์ล่า) Ω = ตัวเธอ
rendezvous (ลองเดวู) = จุดนัดพบ,การนัดพบ, ที่นัดพบ, ที่ชุมนุม, ที่ชุมนุมพล
Sir ตัวนี้ไม่มีความหมาย จะเป็นคำนำหน้า(ท่าน) คำนาม(ท่าน) 
หรือคำอุทาน(เอ้า,โอ้,ตอบรับ,รับทราบ)ก็ได้ เราปรับเป็นคำอุทาน "โอ้"
 cylinder = กระบอกสูบ, ลูกสูบ - คิดว่าน่าจะสื่อถึง"ลำคอ"ประมาณต้องใช้คอในการสูบเลือด
遭難信号 (Sounanshingou)= สัญญาณขอความช่วยเหลือ,สัญญาณว่าอยู่ในอันตราย
_______________________________________________


เนื้อเพลง


カルラ:「クククツ、終わりの」
(Carla): 'He he he he he owari no'
(คาร์ล่า): "ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ การเริ่มต้น ... "

シン:「─────………はじまりだ」
(Shin):  '─────………Hajimari da'
(ชิน): "─────………ของจุดจบไง"

カルラ:「貴様は、最初で」
(Carla):  'Kisama wa saisho de'
(คาร์ล่า): "เจ้าคือผู้หญิงคนแรกสุด"

シン:「最後の女………」
(Shin):  'Saigo no onna………'
(ชิน):  "และเป็นคนสุดท้าย..."


読み解けない現実(モノ)ばかり、差し出されて  頭(こうべ)垂れる
Yomitokenai mono bakari、sashidasarete koubetareru
ก้มหัวโค้งคำนับ ถูกยื่นแต่สิ่งที่เป็นความเป็นจริงที่อ่านไม่ออกให้
思わず手を出した痛みにKnockon  連鎖してく悲劇を仰げば
Omowazu te wo dashita itami ni Knockon Rensa shiteku higeki wo aogeba
ถ้าวอนขอโศกนาฏกรรมลูกโซ่ จะอวยชัยในความเจ็บปวดกับมือที่ยื่นออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ 

何処に行っても、誰に因(よ)っても
Doko ni itte mo, Dare ni yotte mo
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเพราะใครก็ตาม
「私に安息の地など、無いわ」と  目を潤ませるなら
「Watashi ni ansoku no ji nado nai wa」 to Me wo urumaseru nara
ถ้าดวงตาชุ่มแฉะพูดว่า "ไม่มีพื้นดินให้ฉันหลับอย่างสงบได้เลย" ล่ะก็


「─────死ぬまで」
 '─────Shinu made '
"... จะเล่นจนกว่า"

「遊んでやるよ………」
 'asonde yaru yo...'
"จะตายไปเลยล่ะ ..."


Sir、シリンダーに詰めた 原罪(つみ)を、飲み干せよ
Sir, cylinder ni tsumeta tsumi wo、nomi hose yo
โอ้ เชิญดื่มบาปดั้งเดิมที่บรรจุลงในกระบอกสูบ ให้เกลี้ยงเถิด
絶対零度の中で   縺(もつ)れたとしても
Zettaireido no naka de Motsureta to shite mo
แม้ว่าจะพัวพันอยู่ภายในศูนย์องศาสัมบูรณ์ก็ตามที
壊れた想いは Non Continue?
Kowareta omoi wa Non Continue?
ความรู้สึกที่แตกไปแล้ว ไม่อาจดำเนินต่อได้?

A(オレ)から ( Ω (オマエ)へ) 繰り返し (送るよ) 血塗れの ( 遭難信号(Signal))
A(Ore)kara (Ω (omae) e) kurikaeshi (okuru yo) Chimamire no (signal) 
จงรู้สึกถึง (สัญญาณอาบเลือด) ที่ส่งซ้ำไป (ซ้ำมา) จากตัวฉัน (ไปจบที่ตัวเธอ)

首元で感じて─────………
kubi moto de kanjite─────………
ด้วยต้อคอซะ...

S (Ah…)
O (Ah…)
(Ah…)


「まだまだ終わらせないぞ………」
 'Mada mada owarasenai zo ...'
"ยังไม่ให้จบหรอกนะ ... "


疵(きず)付けあう 自傷(コト)ならば、厭き厭きして、忌みを嫌う
Kizutsuke au koto naraba、akiakishite、imi wo kirau
ถ้าทำร้ายกันเป็นการทำร้ายตัวเองแล้ว จะเอือมระอา เพราะเกลียดการงดเว้น
なんなら首吊れば 苦悩(ねがい)がLightUp  交尾してる番(つがい)を外せば
Nannara kubitsureba negai ga LightUp Koubi shiteru tsugai wo hazuseba
ถ้างั้นก็แขวนคอซะความปรารถนาและความทุกข์จะทุเลาขึ้น แยกคู่ที่ต้องผสมพันธุ์กันออกจากกันซะ

意味を知っても、理由(ワケ)が分からず
Imi wo shittemo、wake ga wakarazu
ต่อให้รู้ถึงความหมาย แต่ก็ไม่เข้าใจเหตุผล
「私は必要じゃないの、違う?」と  手を震わせるなら
「Watashi wa hitsuyou janai no、chigau?」To te wo furuwaseru nara
หากมือสั่นพูดว่า "ฉันไม่จำเป็นแล้ว ถูกใช่มั้ย?" ล่ะก็


「─────教えてやるよ」
'─────Oshiete yaru yo'
"─────จะบอกให้เอง"

「貴様の意味を………」
'Kisama no imi wo ...'
"ถึงความหมายของตัวเจ้า..."


Sir、サレンダーを決めた愛は、 官能(かん)じない
Sir, Surrender wo kimeta ai wa、kanji nai
โอ้ ไม่รู้สึกถึงความรักที่ตัดสินใจ ยอมจำนนเลย
失態覚悟の欲を  晒しあえばいい
Shittai kakugo no yoku wo sarashi aeba ii
แค่เผยกิเลสของการเตรียมใจยอมเสื่อมเสียให้กันซะก็พอ
掠れた月へと Rendezvous
Kasureta tsuki e to Rendezvous
นัดพบกันบนดวงจันทร์ที่แตกร้าว


A(オレ)から ( Ω (オマエ)へ) 繰り返し (送るよ) 血塗れの ( 遭難信号(Signal))
A(Ore)kara (Ω (omae) e) kurikaeshi (okuru yo) Chimamire no (signal) 
จงรู้สึกถึง (สัญญาณอาบเลือด) ที่ส่งซ้ำไป (ซ้ำมา) จากตัวฉัน (ไปจบที่ตัวเธอ)

首元で感じて─────………
kubi moto de kanjite─────………
ด้วยต้อคอซะ......


「─────クククツ、貴様は」
'─────Ku ku ku kisama wa'
"....ฮึ ๆ ๆ ๆ เจ้าน่ะ "

「死ぬまで」
'shinu made'
"มีชะตากรรม"

「吸われる運命」
'Suwareru unmei '
"ที่ต้องถูกดูดเลือดไปจนตาย"

「………そうだろう?」
'... sou darou?'
"...ใช่มั้ยล่ะ ?"


Sir、シリンダーに詰めた 原罪(つみ)を、飲み干せよ
Sir, cylinder ni tsumeta tsumi wo、nomi hose yo
โอ้ เชิญดื่มบาปดั้งเดิมที่บรรจุลงในกระบอกสูบ ให้เกลี้ยงเถิด
絶対零度の中で   縺(もつ)れたとしても
Zettai reido no naka de Motsureta to shite mo
แม้ว่าจะพัวพันอยู่ภายในศูนย์องศาสัมบูรณ์ก็ตามที
壊れた想いは Non Continue?
Kowareta omoi wa Non Continue?
ความรู้สึกที่แตกไปแล้ว ไม่อาจดำเนินต่อได้?

Sir、サレンダーを決めた愛は、 官能(かん)じない
Sir, Surrender wo kimeta ai wa, kanji nai
โอ้ ไม่รู้สึกถึงความรักที่ตัดสินใจ ยอมจำนนเลย
失態覚悟の欲を  晒しあえばいい
Shittai kakugo no yoku wo sarashi aeba ii
แค่เผยกิเลสของการเตรียมใจยอมเสื่อมเสียให้กันซะก็พอ
掠れた月へと Rendezvous
Kasureta tsuki e to Rendezvous
นัดพบกันบนดวงจันทร์ที่แตกร้าว

A(オレ)から ( Ω (オマエ)へ) 繰り返し (送るよ) 血塗れの ( 遭難信号(Signal))
A(Ore)kara (Ω (omae) e) kurikaeshi (okuru yo) Chimamire no (signal) 
จงรู้สึกถึง (สัญญาณอาบเลือด) ที่ส่งซ้ำไป (ซ้ำมา) จากตัวฉัน (ไปจบที่ตัวเธอ)

首元で感じて─────………
kubi moto de kanjite─────………
ด้วยต้อคอซะ......

S (Ah…) 

O (Ah…) 

S (Ah…)



[ซีดีจำลองสถานการณ์] DIABOLIK LOVERS DARK FATE Vol. 1 บทแห่งจันทรคราส



DIABOLIK LOVERS 

DARK FATE Vol.1 


- 蝕の章 -
(บทแห่งจันทรคราส)


Track 1  始祖王の死 (ความตายของราชันย์แห่งสายเลือดต้นตระกูล)

ชิน : ท่านพ่อ ... ท่านพ่อ ทำใจดี ๆ เอาไว้ ! โปรดตั้งสติเอาไว้ ! ลูกชายของท่าน ชิน อยู่ตรงนี้แล้วนะ ท่านพ่อ !

คาร์ล่า : ชิน ...

ชิน : ท่านพ่อ !
คาร์ล่า : ชิน !
ชิน : ...!!  อึ๊ก ... พี่ !
คาร์ล่า : ให้ท่านไปสบายเถอะ
ชิน : ... แต่ว่า !
คาร์ล่า : อย่าแสดงสภาพที่ไม่น่าดูน่า
ชิน : ... อุ๊ก ! ... อึ๊ก ...

คาร์ล่า : สำหรับผู้ที่เป็นอมตะแล้ว การได้เผชิญหน้ากับความตายเช่นนี้มันช่างเป็นของขวัญที่วิเศษยิ่งกว่าสิ่งใด ... เป็นการเริ่มงานฉลองสิ ... ใช่มั้ยล่ะ ?
ชิน : ... อึ๊ก ! (สะอื้น)
ชิน : นั่นน่ะ สำหรับพวกเป็นอมตะธรรมดา ๆ ไม่ใช่เหรอ ? ... แต่ว่า ... !

--- ตุ๊บ !
*เสียงมือตก*

ชิน : หา ? ... ท่านพ่อ !
คาร์ล่า : ... สิ้นลมแล้วสินะ 
ชิน : ทำไมพี่ถึงได้ดูใจเย็นแบบนั้นกัน !? ... ท่านพ่อ ตอบผมสิ ถ้าท่านพ่อไม่อยู่แล้วล่ะก็ พวกเราจะ ... ฮึ๊ก !  ... จะทำยังไงกันเล่า ? (สะอื้น) 
ชิน : ท่านพ่อ !!

--- ตูม !!
*เสียงทุบกำแพง*

ชิน : เอ๊ะ ? พี่ ?
คาร์ล่า : ฉันน่ะเหรอ "ใจเย็น" ? ดูตรงไหนเป็นแบบนั้นกัน ?
ชิน : .... อะ ....
คาร์ล่า : ถ้าใจเย็นจริงคงไม่หงุดหงิดหรอก แบบนี้ ตระกูลของพวกเรา "สายเลือดต้นตระกูล (First Blood)" ผู้ที่จะสืบทอดนั้น บนโลกนี้ก็มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นแล้ว ... จะต้องทำยังไงท่านพ่อถึงจะจากไปด้วยความยินดีได้ ?
ชิน : ... อะ ! ... ขอโทษ ที่ทำกิริยาไม่เหมาะสม ... แล้วยัง พูดจาไม่ดีใส่อีก ... ยกโทษให้ด้วยนะ
คาร์ล่า : ฉันกับนายมีจุดยืนที่ต่างกัน. ฉันคือผู้ที่สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านพ่อผู้เป็นราชันย์แห่งสายเลือดต้นตระกูล "กีซบาช (Giessbach)" ไงล่ะ
คาร์ล่า : ชิน นายน่ะ เพียงแค่เสียใจกับความตายของท่านพ่อไปเงียบ ๆ ก็พอแล้ว ท่านพ่อน่ะให้ความเอ็นดูนายมาก และนั่นคือหน้าที่ของนาย
ชิน : ... (สะอื้น) เข้าใจแล้วล่ะ พี่ 
คาร์ล่า : ถึงจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะมาถึงเร็วเช่นนี้

--- *วิ๊งงงงง*
(เสียงเหมือนตัวกำลังส่องแสงวิ้ง ๆ จะหายไป (ฮา))

คาร์ล่า : เอ้า ชิน ส่งท่านพ่อกันเถอะ 
ชิน : ลาก่อน ท่านพ่อ ...(สะอื้น) 
คาร์ล่า : ... ฮึ
ชิน : ... ? พี่ ?
คาร์ล่า : ต่อไป คิดว่าคงถึงตาฉันเองแล้ว
 : หะ ? พี่ ? หรือว่า ... จะเป็น Endzeit !? 
คาร์ล่า : เปล่า ไม่ได้หมายความแบบนั้น
ชิน : ... เหรอ ถ้างั้นก็ดี
คาร์ล่า : ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นโดยเลี่ยงไม่ได้อยู่ นายเองก็เหมือนกัน 
ชิน : โชคชะตาที่ไม่อาจหนีได้ ... เหรอ ?
คาร์ล่า : อ่า 

--- *ฟึ่บ*

ชิน : หายไปแล้วสินะ ...

คาร์ล่า : สูญเสียสายเลือดไปอีก 1 แล้ว
ชิน : พี่ ... ผม ...
คาร์ล่า : อะไร ?
ชิน : ผม ... ความแค้นของท่านพ่อ ... จะแก้แค้นแทนท่านพ่อเอง
คาร์ล่า : ...
ชิน : ท่านพ่อที่นอนอยู่บนเตียง พูดคำสาปแช่งคาร์ลไฮนซ์ซ้ำไปมา ผมไม่มีทางลืม 
ชิน : เจ้าหมอนั่นที่ทรยศต่อท่านพ่อ โยนตระกูลของพวกเราทั้งตระกูลมายังก้นบึ้งของขุมนรกแห่งนี้  แล้วซ้ำยังปิดผนึกขังไว้ 
คาร์ล่า : ชิน ... ก่อนหน้านั้นพวกเรามีเรื่องที่ต้องทำอยู่ ขืนเป็นแบบนี้ สายเลือดของวงศ์ตระกูลของพวกเราต้องยุติลงแน่ ... ก่อนหน้าที่จะเป็นเช่นนั้น ... ต้องลงมือดำเนินการ 
ชิน : แต่ว่า ...
คาร์ล่า : ฉันรู้เรื่องที่นายอยากจะพูดดี ก่อนอื่นคงต้องจัดการเจ้าหมอนั่นก่อนเท่านั้น
ชิน : ใช่แล้ว อันดับแรกต้องออกไปจากที่นี่ ... กำจัดศัตรูของท่านพ่อ !
คาร์ล่า : แต่ทว่า ... ในอดีตบรรพบุรุษทั้งตระกูลก็ยังไม่สามารถทำลายผนึกของปราสาทนี่ได้เลย แล้วนายทำลายมันยังไง ?
ชิน : ... เอ๊ะ ? ... เรื่องนั้น ... มันก็จริงอยู่หรอกนะ 
คาร์ล่า : ตัวฉันนั้นชิงชังคาร์ลไฮนซ์ แต่ว่าในตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติ ... สถานการณ์ที่เลือดนี้จะยุติลงเมื่อไหร่ก็ไม่แปลกไงล่ะ

*เสียงเดิน*

ชิน : ... เฮ่อ ... ไม่มีเวลาแล้วสินะ ?
คาร์ล่า : จะเอาแต่ยอมทนอับยศถูกขังในขุมนรกเฝ้ารอความตายไปแบบนี้ ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เพื่อวงศ์ตระกูลสายเลือดต้นตระกูลของพวกเราด้วย
ชิน : ถึงจะพูดแบบนั้น ... มีวิธีเหรอ ?
คาร์ล่า : มีความหวัง ... เหลืออยู่เพียงอย่างเดียว
คาร์ล่า : พวกเราในตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นนอกจากเดิมพันกับวิธีนี้อีกแล้ว... ก่อนอื่น ... ต้องทำให้เลือดของเราเป็นนิรันดร์ 
ชิน : ... ฮึ 


คาร์ล่า : จากขุมนรกปีศาจ นรกที่เป็นที่พักอาศัยของเหล่าสายเลือดต้นตระกูล ที่อยู่ก้นบึ้งของโลกปีศาจ แสงไฟแห่งชีวิตของท่านพ่อของพวกเราพี่น้อง "กีซบาช"ได้ดับลงไป ... วันนี้ที่ฉันได้กลายเป็นจ้าวแห่งสายเลือดต้นตระกูล ได้ตัดสินใจแล้ว
           จะทำลายผนึกของปราสาทนี้ และออกไปกำจัดสายเลือด คาร์ลไฮนซ์ ที่เยียดยามและทำให้เราต้องทนทุกข์ และเจ้าพวกแวมไพร์ทั้งหลาย ด้วยคมมีดที่เรียกว่า "การแก้แค้น"
           ในวันที่พวกเราเหล่าสายเลือดต้นตระกูล พ่ายแพ้ต่อการต่อสู้กับ คาร์ลไฮนซ์และเจ้าพวกในโลกปีศาจ ก็ถูกนำมากักขังไว้ในขุมนรกแห่งนี้ทั้งหมด
           ในปราสาทที่ถูกปิดผนึกด้วยพลังเวทอันแข็งแกร่ง พวกเราได้ใช้ชีวิตกันมาช้านาน 
           วันคืนที่เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ นอกจากความเบื่อหน่ายแล้วก็ไม่มีอะไรเลย 
           พวกเราเหล่าสายเลือดต้นตระกูลได้เจริญเติบโตขึ้น และเหนื่อยหน่าย และสุดท้ายต้องจบชีวิตลง 
           แล้วสิ่งที่มาเกิดซ้ำเติมพวกเรามันช่างเลวร้ายที่สุด ... นั่นก็คือ "โรคจุดจบแห่งชีวิต"*(1) ... หรืออีกชื่อก็คือโรคที่ชื่อ Endzeit *(2) 

คาร์ล่า : หากเป็นแต่เดิมแล้ว พวกพ้องของเราที่น่าจะเป็นอมตะ กลับเป็นโรคนั่นตายไปทีละคน ๆ ... และ ... พ่อของพวกเราก็ด้วย ถูกโรค Endzeit นั่นรุมเร้าจนตาย ... 
          ที่เหลืออยู่ก็คือ ... ตัวฉันและน้องชาย "ชิน" แค่สองคนเท่านั้น 
          ในระหว่างที่กำลังคิดเกี่ยวกับโรคที่แปลกประหลาดและผูกเรื่องไปถึงการแก้แค้น คาร์ลไฮนซ์ อยู่ในอกนั้น ... ก่อนอื่น จำเป็นต้องทำให้สายเลือดที่กำลังจะยุติลงเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง
          ในตอนนี้จะเก็บคมมีดเอาไว้อย่างเงียบ ๆ และรอคอยโอกาสนั่น ... !


คาร์ล่า : DIABOLIK LOVERS DARK FATE
ชิน : Vol.1 (วอลลูม วัน)  蝕の章 (บทแห่งจันทรคราส)

*(1)"โรคจุดจบแห่งชีวิต"「終末医療」 [shuumatsuiryou]
เราไม่แน่ใจว่ามันคือโรคอะไร แต่หาข้อมูลแล้วประมาณว่า เป็นการดูแลในวาระสุดท้ายของชีวิต ที่ไม่สามารถยืดชีวิตได้ หรือ หมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อ คือ "รักษาไม่ได้" ตายแหง๋ ๆ ไม่แน่ใจว่า มันคือ "การตรอมใจ" รึเปล่านะ
*(2) Endzeit ภาษาเยอรมันแปลว่า จุดสิ้นสุด 

---------------------------------------------------------

Track 2  なすべき事 (เรื่องที่ต้องทำ)

คาร์ล่า : ... หือ ? ฝัน ... งั้นเหรอ ? 

*เสียงลุกจากที่นอน*

คาร์ล่า : ฮึ ... การฝันนี่ไม่ได้เป็นมานานเท่าไหร่แล้วนะ ผลกระทบของการลงมายังโลกมนุษย์งั้นเหรอ ?

*เสียงฝีเท้ายุยเดินมา*

คาร์ล่า : ... อื๋อ ?
คาร์ล่า : เธอ ... มาที่นี่ทำไม ? ถ้ามีธุระก็ไปบอกที่ชินซะ 
คาร์ล่า : "เป็นอะไรรึเปล่า" นั่นหมายความว่ายังไงกัน ? ฉันคือสายเลือดต้นตระกูลนะ การจะป่วยแบบพวกเจ้ามนุษย์ ... (ลุกจากเตียงและเดิน) ... ไม่มีทางเป็นหรอก  ... ยิ่งกว่านั้น ... เธอน่ะห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่า

*ยุยจะหนี + เสียงจับ*(จะทำอะไรรู้ ๆ กันนะคะ ฮาาา ) 

คาร์ล่า : การที่มาที่นี่ ... น่าจะรู้ว่ามันจะต้องลงเอยแบบนี้ ... หรือว่า ... ในที่สุดก็ค้นพบแล้วว่าการชำระล้างน่ะให้ความรู้สึกดีสินะ ?  (จับตัว)

คาร์ล่า : มาสิ ! อึ้บ ! (ดึงตัวไปหา) ... จะทำให้ตามที่ต้องการเอง

*เสียงดูดเลือด*

คาร์ล่า : ...อื้ม ... อึก ... ดูท่าจะเริ่มพอใช้ได้ขึ้นแล้ว ...แต่ถึงอย่างนั้น ... ก็ยังเป็นรสชาติที่หาดื่มได้ทั่ว ๆ ไปอยู่ดี ... นี่ ... (เสียงอ้าปากดูดเลือด) ... อึ๊ก ๆ ... *ดูดเลือด*
             ... ฮ่า ... ฮึ ! เป็นอะไรไป ? ทำแค่นี้ก็ทนไม่ไหวซะแล้วเหรอ ?
*สูดดมกลิ่น* ... ฮ่า ... *ดูดเลือด* ... อืม ... *ดูดเลือด* ... *กลืน*
             ยังไม่ยกโทษให้หรอก ... เอ้า ... อยู่นิ่ง ๆ แล้วยกเลือดมาให้มากขึ้นอีกสิ *ดึงตัว* 
(ยุยดิ้น)
คาร์ล่า : ... น่ารำคาญ อย่าอาละวาดน่า (จับกด !!) 
            อึดอัดงั้นเหรอ ? เจ้าจะอึดอัดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ... ไม่สนใจด้วย และ การขัดขืนน่ะมันไร้ประโยชน์ ... เอ้า จะทำยังไง ? 

คาร์ล่า : ใช่แล้ว ... ดูท่าในที่สุดก็เข้าใจแล้วสินะ ... 
           ผ่อนแรงลงซะ ... ถ้าทำแบบนั้นแล้ว ... แบบนี้จะไม่ให้รางวัลก็คงไม่ได้ 

(เสียงให้รางวัล - เดาเองนะคะ อิอิ)

คาร์ล่า : ... ฮ้า ... เป็นอะไรไป ? หน้าแดงแจ๋เลยนะ ? 
           ฮึ ! แค่ริมฝีปากถูกชิงไปก็มีสภาพแบบนี้แล้ว ง่ายดายซะจริงเลยนะ (เฉลย - มะกี้จูบเป็นรางวัลนั่นเอง) ถึงจะดีสำหรับตัวฉันก็เถอะ ทำให้การชำระคืบหน้ายิ่งขึ้น เลือดของเธอที่ถูกแวมไพร์ทำให้แปดเบื้อน ใกล้ถึงเวลาที่จะเกิดใหม่แล้ว 
           ... เอ้า มาต่อกัน 

*ดูดเลือด* 

คาร์ล่า : เอ้า คราวนี้เป็นคอด้านนี้บ้าง ...

*ดูดเลือด* 

คาร์ล่า : ถ้าการชำระคืบหน้าขึ้น มีเรื่องที่เธอต้องทำอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นเวลาจะต้องเปิดทางให้อย่างแน่นอน วันที่พวกเราเหล่าสายเลือดต้นตระกูลเวลาที่บรรลุความปรารถนาจะมาถึง ...

*ดูดเลือด* 

คาร์ล่า : ... อย่าขยับน่า ...  

*ดูดเลือด*

คาร์ล่า : ... มอบเลือดมาให้กับฉันซะ ... ในตอนที่คว้านหาก็จงทำเพียงคว้านหาเท่านั้น

*ดูดเลือด*

คาร์ล่า : ... เฮ่อ ... สำหรับวันนี้ พอแค่นี้ล่ะ

*ตุ๊บ* (ยุยลุกมาแล้วล้ม)

คาร์ล่า : ทำอะไรน่ะ ? ถ้ามาล้มพับตรงนี้ละก็ไม่ให้อภัยหรอกนะ กลับไปห้องนอนของตัวเองซะ เกะกะลูกตา

--- *ตุ๊บ !*
(ยุยล้ม)

คาร์ล่า : ฮึ ! หมดสติไปแล้วเหรอ ? ... น่ารำคาญ 

คาร์ล่า : ... ! อะไรกัน ? ร่างกายมันหนัก นี่มันคืออะไร ?

ชิน : พี่ ?
คาร์ล่า : ชิน
ชิน : เป็นอะไรไปเหรอ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ ?
คาร์ล่า : คิดไปเองน่ะ
ชิน : เหรอ ? ถ้างั้นก็ดี
ชิน : อ้า ว่าแล้วเชียวผู้หญิงคนนั้น มาหาพี่เหรอ ?
คาร์ล่า : เพราะว่าต้องทำการชำระน่ะสิ
ชิน : แล้ว รูปการณ์เป็นยังไงบ้าง ?
คาร์ล่า : ยังไม่คืบหน้าไปเท่าไหร่เลย คงต้องเหนื่อยอีกนาน
ชิน : งั้นเหรอ ?
คาร์ล่า : ยิ่งกว่านั้น นายมีธุระกับฉันถึงได้มาที่นี่สินะ
ชิน : อื้ม ผมมีเรื่องข้อมูลทีไ่ด้จากปีศาจรับใช้มาบอก ... เห็นบอกว่าเจ้าพวกนั้นมาตามหาผู้หญิงคนนั้นแถว ๆ บริเวณนี้อยู่น่ะ
คาร์ล่า : ที่นี่ถูกเปิดเผยแล้วงั้นเหรอ ?
ชิน : ตอนนี้ยังหรอก แต่ว่า ... คิดว่าขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ 
คาร์ล่า : งั้นเหรอ 
ชิน : จะเอายังไง ?
คาร์ล่า : ปล่อยไป อย่าเพิ่งไปต่อกรด้วย เรื่องการชำระที่ไม่คืบหน้า คงต้องลงมือควบคุมผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ชิน : งั้น ก็คงต้องซื้อเวลาไว้เหมือนที่ทำก่อนหน้าที่เท่านั้นสินะ
คาร์ล่า : อ่า ถ้าเจ้าพวกนั้นไม่ออกไป คงต้องรีบจัดการที่นี่ก่อน
ชิน : งั้นทำไว้เพื่อความชัวร์ ผมจะให้ปีศาจรับใช้ไปเป็นนกต่อล่อก็แล้วกัน 
คาร์ล่า : อ่า
ชิน : ... งั้นไปล่ะ

*เสียงชินเดิน*

คาร์ล่า : เดี๋ยวก่อน ! ชิน ...
ชิน : หือ ? อะไรเหรอพี่ ?
คาร์ล่า : ... เอาผู้หญิงคนนี้ไปด้วย 
ชิน : ฮึ รับทราบ ! *เดินกลับมา*
ชิน : ชำระต่อเนื่องกันมากไปเหรอ ? ดันมานอนในที่แบบนี้ซะได้ 

*เดินกลับมา*

ชิน : อึ๊บ ! *อุ้มยุย* ... เพราะว่าถูกดูดเลือดมากเกินไปเหรอ ตัวขาวซีดกว่าตอนที่มาอีกรึเปล่านะ ? 
ชิน : เอาล่ะ ... ถ้างั้น ราตรีสวัสดิ์นะ พี่
คาร์ล่า : อ่า ...

คาร์ล่า : ... ไปแล้วเหรอ ... ฉันเองก็พักสักหน่อยดีกว่า 

*เอนลงบนเตียง*


(❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : อุ คาร์ล่า ซาดิสต์ได้ใจมาก เสียงดูดเลือดสยิวกิ๊วจริง ๆ 555)
---------------------------------------------------------

Track 3  密かな企み (แผนการลับ)


ชิน : พอแบกผู้หญิงออกมาจากห้องของพี่ แล้วฉันก็มุ่งหน้าไปที่ห้องของตัวเองทั้งอย่างนั้น แบบนี้ก็สามารถดูดเลือดของผู้หญิงคนนี้ ได้เต็มที่ตามใจอยากได้แล้ว ... 
       พี่แค่ออกคำสั่งกับฉันแค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ "เอาผู้หญิงคนนั้นออกไปด้วย" หรือก็คือ ... พอแบกออกมาแล้ว ... ที่เหลือจะพาไปที่ไหน ... ก็แล้วแต่ฉันสินะ 
       พี่ คาร์ล่า เรื่องที่ฉันจะทำการชำระผู้หญิงคนนี้ทั้งอย่างนี้เอง ก็ต้องคาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน ... โดยสรุปก็คือว่าให้อาหารแก่ฉัน ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก 
       มันก็เหมือนกับพวกหมาป่าที่ให้อาหารที่เหลือกับพวกพ้องนั่นล่ะ 
       พี่ คงตั้งใจจะแสดงความมีน้ำใจกับฉันสักหน่อยล่ะมั้ง ... แต่คงไม่คิดว่ามันจะทำให้ถึงกับชีวิตได้สินะ ...


*เสียงเดิน*
*เปิดประตูเข้าห้องและปิดประตู*

*เดินพายุยวางบนที่นอน*

ชิน : ... เอ้า ฮึบ ... เฮ่อ ให้ตาย ๆ พี่นี่ใช้งานคนหนักจริง ๆ มีปีศาจรับใช้มากมายเท่าไหร่ก็ไม่ยอมใช้เลย ดันมาใช้น้องชายเพียงคนเดียวทำงานแบกหามแบบนี้เนี่ย

*เสียงเตียง*

ชิน : ... หือ ? รู้สึกตัวแล้วเหรอ ? รู้สึกเป็นไงบ้าง ? ก็นะ คงไม่ดีอยู่แล้วนี่ ก็ถูกดูดเลือดไปซะเยอะแล้วยังถูกทิ้งขว้างอีก 
       ดื่มน้ำมั้ย ? ... อ๋อเหรอ เอาเถอะ ทำตามใจก็แล้วกัน น้ำวางอยู่ตรงนั้นน่ะ

*ยุยลุก*

ชิน : อย่าฝืนลุกจะดีกว่ามั้ย เสียเลือดไป เธอคงมองไม่ค่อยเห็นมากกว่าจะขยับได้อย่างเต็มที่

*ยุยพลาดล้ม*

ชิน : ... ฮึบ ! เห็นมั้ยล่ะ พูดไม่ทันขาดคำ ! คำเตือนของคนอื่นน่ะรับฟังให้ดี ๆ หน่อยสิ เนอะ ?

*จับยุยกระแทกผนัง*

ชิน : โอ๊ะโอ๋ ! มือของเธอถูกผนึกไว้ซะแล้วล่ะ เป็นเพราะว่าไปนอนในที่แบบนั้นไงล่ะ ... 
       
ชิน : นี่ รู้รึเปล่า ? ฉันกำลังโกรธอยู่นะ ...

*บีบแขนแน่น*

ชิน : ... ฮึบ ... เพราะว่าไม่ยอมฟังคำเตือนของฉันยังไงล่ะ. แบบนี้คงต้องลำบากลงโทษซ้ำเติมเธอซะแล้ว ! กลับไปที่เตียงซะ ... ฮึบ ! *วางลงบนเตียง*

ชิน : อย่าทำเรื่องให้มันยุ่งยากวุ่นวายน่า ... 
       เอ้า ช่วยนั่งให้ดี ๆ หน่อยได้มั้ย ? หรือว่ามีเรื่องที่อยากจะรอทำที่นี่กัน ? อย่างอาบน้ำ ? ฉันไม่ว่าหรอกนะ ที่จะให้ช่วยอาบให้ ... แบบคราวที่แล้ว
       อย่าทำหน้าตารังเกียจแบบนั้นสิ ฉันเจ็บปวดเหมือนกันนะ ... ยิ่งกว่านั้น เธอน่ะ ตอนนั้นทำสีหน้าดีจะตายไป ที่จริงแล้วรู้สึกดีไม่ใช่เหรอ ? ใช่มั้ยล่ะ ? 
       ... ฮึ ! ทำเป็นนิ่งเงียบไปได้ ขี้โกงนี่ ยอมรับมาตรง ๆ ก็ได้นี่ ... ป่านนี้แล้ว ทั้งพี่ทั้งฉัน ไม่คิดว่าเธอจะเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องหรอกน่า
       แต่จะว่าไป ! มันสายไปแล้วต่างหาก ! เธอน่ะถูกแวมไพร์ดูดเลือดมามากมายหลายครั้งแล้ว 

*เสียงเตียงขยับเพราะชินขยับ*

ชิน : ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว .. *กัด*

*ดูดเลือด*

ชิน : ... นี่ไง หน้านั่นไงล่ะ  ถ้าไม่ให้เห็นผ่านกระจกบ่อย ๆ ก็คงไม่รู้สึกตัวสินะ ฮะ !

*ดูดเลือด*

ชิน : โอ๊ะโอ๋ ! ฉันกับพี่ดูดเลือดติดต่อกันมันคงลำบากเกินไปสินะ ? แต่ว่า ... ไม่หยุดให้หรอกนะ 

ชิน : คิดว่าเป็นแบบนั้นแล้วฉันจะยอมทนให้เหรอ ? ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่ ?

*ดูดเลือด*

ชิน : ... ฮ่า ... คงจะเข้าใจดีเป็นพิเศษแล้วสินะ ? ว่าฉันน่ะไม่ได้อ่อนโยนหรอก ... *กัด*

*ดูดเลือด*

ชิน : ... ก็ เธอเองก็ไม่ได้หวังจะให้ฉันเป็นแบบนั้น สักนิดนี่

*ดูดเลือด*

ชิน : ... นั่นไง ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว ... เธอเนี่ย ที่จริงก็ทำหน้าดี ๆ ได้นี่ ... ให้ฉันได้เห็นมากกว่านี้อีกสิ ... มองมาทางนี้สิ ! ลืมตาขึ้นมาสิ ไม่อยากมองหน้าฉันเหรอ ? ฮะ ๆ เดี๋ยวจะบังคับให้ลืมตาเอง

ชิน : ใช่ ๆ มองฉันให้ดี ๆ ล่ะ ฉันเป็นผู้มีพระคุณที่ทำให้เลือดของตัวเธอสะอาด เชียวนะ ... *กัด*

*ดูดเลือด*

ชิน : เอ้า ๆ ก็บอกว่าอย่าหลับตาไงล่ะ ... ฮึบ ! 

ชิน : คำสั่งน่ะพูดครั้งเดียวก็ต้องเชื่อฟังกันแล้ว ! อยากให้กัดให้เจ็บ ๆ มากกว่านี้รึไง !?

(ยุยพยายามปฏิเสธ)

ชิน : ... ห้ามขัดขืน ... ห้ามเด็ดขาด ... ถ้าขัดขืนน่ะนะ ... จะได้เจ็บแปล็บ ๆ ... ด้วยหมัดนี้ไงเล่า!

ชิน : ... ฮึบ .. เพราะเป็นผู้หญิง เพราะมีเลือดที่พิเศษนั่นอยู่ แล้วคิดว่าฉันจะไม่กล้าต่อยนั่นน่ะ มันเป็นแค่ความคิดแง่บวกที่สุดยอดของเธอเท่านั้น ... ฉันน่ะ ... ชอบนะ ... การเป็นคนใช้ความรุนแรงนั่นน่ะ ... ฮึบ !

*ต่อยยุย*

ชิน : ... ฮึ ! ... เข้าใจรึยัง ? ถ้างั้นก็ทำตามที่ฉันพูดซะ เนอะ ? *กัด*

*ดูดเลือด*

ชิน : ... อื้ม ... ฮ่า ... ฮึ ๆ ... ไม่ทันคิดเลยกลัวเหรอ ? นั่นสินะ พอพูดว่า"ชอบความรุนแรง"เมื่อไหร่ จะต่อยเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ... แต่ว่า ... ในสถานการณ์ที่ฉันพูดแบบนั้นรวมกับการเป็นคนที่ใช้ชอบความรุนแรงน่ะ .. ชอบเป็นล่ะ ... เพราะทำแบบนั้นแล้วไม่ค่อยจะมีคนขัดขืนสักเท่าไหร่น่ะสิ 

ชิน : ... แต่ก็นะ เรื่องที่พูดไปนั่นใช้ไม่ได้กับพี่ที่แข็งแกร่งกว่านี่นะ  *กัด*

*ดูดเลือด*

ชิน : ... เฮ่อ ... เอาล่ะ คงใกล้ถึงขีดกำจัดที่คิดไว้แล้วมั้ง ? ถ้าขืนชำระต่อคงถึงตายสินะ 

ชิน : ถ้าเอาเขี้ยวไปทำตราไว้ตั้งขนาดนี้แล้ว เธอเองก็คงไม่มีทางลืมฉันได้ใช่มั้ยล่ะ ? มันหมายความว่าสักวัน ... เธอจะกลายเป็นของฉันยังไงล่ะ
       จนกว่าวันนั้นจะมาถึง เธอที่อยู่ในฐานะอาหารเหลือของพี่ คงต้องประทับตัวตนของฉันลงไปเรื่อย ๆ แล้วล่ะ 

ชิน : ... หือ ? แผนของฉันไม่เกี่ยวกับเธอหรอก 
       เธอก็แค่เข้าใจว่า ที่ว่า"สักวันจะต้องกลายเป็นของของฉัน" เท่านั้นก็พอแล้ว ... เพราะทั้งสายตาทั้งท่าทางแบบนั้น ไม่เข้าใจอะไรเลยไงล่ะ  
       ... เงียบไว้ล่ะ เพราะมันเป็นสถานการณ์ลึกซึ้งที่ เธอไม่เข้าใจหรอก ... เธอน่ะนะ

ชิน : แผลที่ตานี้ได้รับมา คือสิ่งที่หมอนั่นเหลือไว้ให้ ... เพื่อไม่ให้ลืมความแค้น 

ชิน : หือ ? อยากรู้เหรอ ? .. หืม ? งั้นจะบอกให้ 

*ขยับมาใกล้ยุย*

ชิน : มีเรื่องบางเรื่องที่ไม่รู้ซะจะดีกว่านะ ... เฮอะ ! คงไม่อยากเข้ามาพัวพันด้วยใช่มั้ย ? ฮึ ๆ 

ชิน : ... โอ๊ะ ! อะไร ? ยังมีแรงจะลุกเหลืออยู่สินะ ? แล้วไง ? คิดจะไปไหน ? จะบอกว่าไม่อยากอยู่กับฉันเหรอ ?

ชิน : อ้อ อาบน้ำเหรอ ... ก็ เลือดอาบซะขนาดนั้นก็คงต้องอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ ... แต่ว่านะ อย่าต้องให้พูดหลายครั้ง อย่าทำอะไรฝืน ๆ ถ้านอนอย่าว่าง่าย ๆ ที่นี่แล้ว จะไม่ทำอะไรกับเธอมากไปกว่านี้ให้

ชิน : ฮึ ! ฉันเองก็ดูดเลือดมากไปขนาดนั้น ... *ชินขยับนั่งบนเตียง* ... เต็มอิ่มแล้วล่ะ *ชินเอนตัวลงบนเตียง*

ชิน : ... เชอะ ไม่ได้ฟังเลยสินะ ... หมดสติไปอีกแล้วสินะ ... ให้ตายสิ ๆ น่า ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็ถูกทำซะขนาดนี้นี่น่า ... ก็สมควรหน้าซีดเผือกเลย เอาเถอะ แต่ก็ยังไม่ตายนี่น่า 

*ชินขยับตัวนอน*

ชิน : ... ถ้าดูดเลือดต่อไปในที่แบบนี้ แป๊บเดียวก็คงชำระจนสะอาดแล้วสินะ ... *สูดหายใจเข้า* ... เฮ่อ แต่ว่า ... ยังไงก็ตามรสเลือดนี่ ... รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากตอนที่ผู้หญิงคนนี้มาเลย ทั้งที่ทำถึงขนาดนี้ มันก็น่าจะเปลี่ยนไปสักหน่อยแท้ ๆ 

ชิน : ทั้งที่เป็นสภาพที่พวกเราพี่น้องที่มีสายเลือดต้นตระกูลอยู่ ทำการชำระล้างผู้หญิงคนนี้ด้วยกันทั้งสองคน ... มันออกจะแปลกไปหน่อยรึเปล่านะ ? 
       หมายความว่าใส่พลังลงไปไม่ได้ผลสักนิดเลยงั้นเหรอ ? 

ชิน : นี่ ... เธอที่มีเลือดของ "เมเน่" 

ชิน : ... ถ้าไม่รีบร่วงหล่นกลับลงมายังที่ของพวกเรา ... มันจะเกิดเรื่องใหญ่เอานะ ... ถึงเธอจะไม่เข้าใจก็เถอะนะ 

ชิน : เพราะว่าฉันเอง ... ไม่อยากจะขออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต่อไปตลอดน่ะสิ ... เฮ่อ ... 

*ชินพลิกตัว* 

ชิน : .. เฮ่อ รู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้แหะ

ชิน : ... ฉันเอนตัวลงอย่างเงียบ ๆ ข้าง ๆ ผู้หญิง ... และปิดตาลง ... เป็นเพราะเหนื่อยจากการชำระล้างเหรอ ? ฉันถึงได้ผล็อยหลับไปในทันที ... และจากนั้น ... 



---------------------------------------------------------------------------------

Track 4  残された手がかり (ปมที่เหลืออยู่)

ชิน : เอ๊ะ ? พี่ ? ... พี่ ! จะไปไหนน่ะ ? งานศพท่านพ่อยังไม่เสร็จ ... 

คาร์ล่า : ไม่ใช่เวลามาทำเรื่องแบบนั้นแล้ว ! เรื่องที่จะทำต่อจากนี้ เชื่อว่าท่านพ่อจะต้องเข้าใจได้แน่นอน
ชิน : หา ? แล้วรีบร้อนขนาดนั้น จะไปที่ไหนกัน !?
คาร์ล่า : คลังสมบัติ
ชิน : มีธุระอะไรในที่แบบนั้นกัน ?
คาร์ล่า : ตามหา
ชิน : ตามหาเหรอ ? หาอะไร ? ช่วยอธิบายให้มากกว่านี้หน่อย ... !
คาร์ล่า : หาคนที่เหลือรอด นอกจากพวกเรา 
ชิน : ... หรือว่าที่พูดเมื่อกี้ ที่ว่า "ความหวังเพียงหนึ่งเดียว" ?

คาร์ล่า : ถึงแล้วล่ะ 

*เสียงเปิดประตู*

ชิน : .. อุ ... แค่ก ๆ .. ดูท่าจะมีฝุ่นเยอะแยะเลยนะ 

คาร์ล่า : เพราะว่าตั้งแต่โรค Endzeit เริ่มแพร่ระบาดในพวกเรา ก็ไม่มีใครก้าวเข้ามาในนี้เลย

*ชินเดินสำรวจ + เอาเท้าเตะของดู*

ชิน : ... มีแต่ขยะทั้งนั้น ... ว่าแต่พี่ ขอต่อจากเมื่อกี้นี้หน่อย ที่ว่าสายเลือดต้นตระกูลยังมีเหลืออยู่น่ะ ... หรือว่าจะยังมีอยู่ที่อื่นงั้นเหรอ ? พวกเราตระกูลของสายเลือดต้นตระกูล ไม่ใช่ว่าถูกกักขังอยู่ในนี้หมดแล้วหรอกเหรอ ?

คาร์ล่า : ถูกต้องตามนั้น

ชิน : ถ้าอย่างนั้น ...

คาร์ล่า : ชิน ! ... ท่านพ่อน่ะ ยังมีน้องสาวอยู่อีกหนึ่งคน

ชิน : น้องสาว ?

คาร์ล่า : นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนึง ... อยู่ ๆ ก็หายตัวไปอย่างกระทันหัน 

ชิน : ไม่ใช่ว่าตายเพราะ Endzeit หรอกเหรอ ?

คาร์ล่า : เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น ... อยู่ดี ๆ ก็หายตัวไป ต่างกับท่านพ่อและพวกคนในตระกูลคนอื่น ๆ

ชิน : พูดแบบนั้นแสดงว่าพี่มีความมั่นใจอยู่แล้วสินะ ?

คาร์ล่า : อ่า ... ไม่ว่าจะไปถามใคร แน่นอนแม้แต่ท่านพ่อเองก็ตาม ก็พูดอย่างชัดแจ้งว่าไม่มีน้องสาว 

ชิน : หมายความว่าไง ? ไม่เข้าใจสักนิด ... สรุปก็คือถึงทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มี แต่พี่รู้ว่าน้องสาวของพ่อที่จริงแล้วมีตัวตนอยู่ และได้หายตัวไปอย่างกระทันหัน ?
ชิน : ... อื๋อ ? 

คาร์ล่า : ชิน ... ค้นหาจี้ห้อยคอมรกต สิ่งนั้นน่าจะมีพลังเวทเคลือบไว้อยู่ ถึงจะบอกว่ามีสมบัติอยู่มากมายหลายชิ้น แต่ถ้าตามจากพลังเวทแล้วน่าจะเจอสิ่งนั้นได้ใช่มั้ย ? ... สิ่งนั้นอยู่ที่นี่ ... ฉันเห็นท่านพ่อฝังมันในกองสมบัติในนี้ด้วยตัวเอง 

ชิน : ฮึ ! อย่างนี้นี่เอง มรกตชิ้นนั้นคือเบาะแสงั้นสินะ ... ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ 
       ... อะแฮ่ม ! รีบ ๆ ลงมือเลยแล้วกัน

 --- วิ๊ววี๊ด 
*ชินผิวปาก*

*เสียงหมาหอน*

*เสียงหมาป่าวิ่งมาหาชิน*

ชิน : พวกแก จงไปตามหาจี้มรกต ที่มีพลังเวทเคลือบไว้ ... นั่นสินะ ... คงเป็นพลังเวทที่เหมือนกับท่านพ่อล่ะมั้ง ... จงไป !!!

*เสียงของถล่ม*

ชิน : ... เฮ่อ ให้ตายสิ ๆ ดูท่าทางจะใช้เวลามาก ... ช่วยไม่ได้นะ ฉันจะช่วยหาด้วยแล้วกัน ... ฮึบ !

*เสียงรื้อของ*

ชิน : นี่มันอะไรล่ะเนี่ย ? ให้ตาย ! ... เฮ่อ ! ดูท่างานนี้จะหินแล้วแหะ 

*เสียงรื้อของ*

ชิน : นี่ พี่ จะยืนดูอยู่เฉย ๆ ตรงนั้นมันก็ได้อยู่หรอก แต่ช่วยอธิบายเรื่องเมื่อกี้เพิ่มหน่อยได้มั้ย ? เรื่องเมื่อกี้มันรู้สึกงงว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจดี

คาร์ล่า : คิดว่ามีน้องสาวอยู่ ... บอกแค่นั้นไม่พอเหรอ ?

ชิน : ... ไอ้คำพูดที่ชวนสงสัยที่ว่า "คิดว่ามีน้องสาวอยู่น่ะ" ทำไมถึงยังชี้ชัดลงไปไม่ได้ล่ะ ?

คาร์ล่า : พูดว่าเป็นสถานการณ์ที่เหมือนกับว่ามีใครจงใจปิดมันไว้พอมั้ย ? เพราะว่าการคงอยู่หายไปอย่างสมบรูณ์เลยน่ะ 

ชิน : ... หือ ? ... อยากจะพูดว่ามีใครบางคนใช้พลังปีศาจเพื่อซ่อนน้องสาวคนนั้นเหรอ ?

คาร์ล่า : ใช่

ชิน : ... ! หรือว่า ... คาร์ลไฮนซ์ ? 

คาร์ล่า : ถ้าเป็นผู้ที่สามารถปิดผนึกขุมนรกปีศาจนี้ได้ล่ะก็เป็นไปได้

ชิน : ฮ่า ... เดิมทีแล้วหมอนั่นทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นกัน ? ทั้งที่อยากจะได้เลือดของสายเลือดต้นตระกูลแท้ ๆ หรือว่าได้สายเลือดต้นตระกูลไว้ในกำมือแล้ว ?

คาร์ล่า : ไม่รู้สิ ...

ชิน : เฮ่อ ... คงมีแต่ต้องไปถามหมอนั่นเอาเท่านั้นเหรอ ?

ชิน : ... หือ ? เดี๋ยวก่อนสิ พี่ ถ้าคาร์ลไฮนซ์ใช้พลังปีศาจควบคุมความทรงจำของทุกคนแล้ว แล้วทำไมพี่ถึงจำเรื่องของน้องสาวคนนั้นได้ ทั้งที่ไม่ชัดเจนล่ะ ?

คาร์ล่า : ฉันเองก็ไม่รู้ ... แต่ว่า ... ฉันก็จำเรื่องของเธอคนนั้นได้แม้มันจะเลือนลาง ... ทั้งเรื่องจี้มรกตที่นายกำลังหาอยู่เอง ... ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ชิน : อย่างนี้นี่เอง ... งั้นก็ ... !

คาร์ล่า : ชิน ! หมดเวลาพูดคุยเรื่องไร้สาระได้แล้วมั้ง ขยับมือซะ

ชิน : ... ฮึ่ม ! .. ครับ ๆ

คาร์ล่า : ท่านพ่อ ... ท่านถูกเพื่อนสนิทหักหลัง และถูกกักขังไว้ที่ก้นนรก แต่ว่าการทรยศในช่วงชีวิตยาวนานที่ปล่อยให้เสียเปล่าไปอย่างมากต้องได้รับการชำระให้ได้ ... 
           คาร์ลไฮนซ์ ... แก กับ วงษ์ตระกูลของแก ... ฉันจะแก้แค้น ... ให้ได้อย่างแน่นอน

ชิน : เฮ่อ ให้ตายสิ ๆ ของมันเยอะมากเลย ขนาดใช้ปีศาจรับใช้ทั้งหมดแล้วก็ยังมากอยู่ดี

คาร์ล่า : งู , หมาป่า , อินทรี และค้างคาว เพราะสมบัติที่ได้รับมาการต่อสู้ที่ครอบคลุมมาจนถึงทุกวันนี้ของพวกเหล่านั้น มันอยู่ที่นี่หมดน่ะสิ

ชิน : นี่ พี่ ขอพักหน่อยได้มั้ย ?

คาร์ล่า : ตามใจ

ชิน : ... เฮ่อ ... อึ้บ *ชินนั่งลง*
        ยังไงก็เถอะ ถึงจะบอกว่าเป็นขยะ จำนวนมันก็เยอะอยู่ดีนะ พอมาดูแบบนี้แล้ว วันคืนเก่า ๆ ของครอบครัวเรามันผุดขึ้นมาเลยนะ ... มีพลังถึงขนาดนี้แล้วแท้ ๆ แล้วทำไมกัน ? ... เฮอะ ... ดันมานึกเอาป่านนี้ซะได้

คาร์ล่า : มันเป็นผลจากการที่มีพลังมากถึงขนาดนี้ ผู้อ่อนแอจะเป็นผู้ขับไล่ผู้ที่แข็งแกร่ง

ชิน : แล้วพวกที่อ่อนแอนั่นก็รวมกลุ่มกันผนึกผู้ที่แข็งแกร่งว่างั้นสินะ ?

คาร์ล่า : ถ้าหากไม่ใช่แบบนั้น ท่านพ่อคงไม่ถูกคาร์ลไฮนซ์มาเทียมเท่าได้แบบนี้หรอก

ชิน : *ถอนหายใจ* ฮึ... นั่นสินะ

คาร์ล่า : พอคิดถึงความรู้สึกของท่านพ่อที่เชื่อใจผู้ชายคนนั้นแล้ว ... ก็รู้สึกทนไม่ได้แล้ว

ชิน : เพื่อนสนิทครั้งหนึ่งในอดีต ... เหรอ

คาร์ล่า : ท่านพ่อมักจะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า คาร์ลไฮนซ์ไม่ใช่ "First Blood"(สายเลือดต้นตระกูล)ที่พิเศษ เพราะอย่างนั้นหมอนั่นจึงได้น่าเชื่อถือ 
คาร์ล่า : ... แต่ว่า ... ก็ถูกหักหลัง ... คาร์ลไฮนซ์เอง ... ก็เป็นเพียงแค่ค้างคาวโสโครกที่ต้องการบิดเบือนอำนาจของผู้ปกครองในโลกปีศาจอย่างนั้นไงล่ะ

ชิน : ฮึ ! มันกลัวพวกเราสินะ

คาร์ล่า : ไม่รู้สินะ 

ชิน : เจ้าคนสิบแปดมงกุฏคดโกงนั่นคือจ้าวแห่งแวมไพร์งั้นเหรอ ? เป็นเรื่องที่ยากจะให้อภัยเลยนะ

คาร์ล่า : อ่า ...

*เสียงหมาป่าวิ่งมา*

ชิน : อื๋อ ? เป็นอะไร ? ... หือ ? อะไรนะ ? เจอแล้วเหรอ !? 

*ชินรีบลุกขึ้น*

คาร์ล่า : เอามาให้ฉันดูหน่อย 

ชิน : ... อะ ! ... เฮ้ พวกแก วานเอามาที !

*เสียงหมาป่าวิ่งไป + พวกชินเดินไป*

คาร์ล่า : ... อ่า ... นี่แหละ ... จี้มรกตนี้ ฉันจำมันได้ ... พอได้สัมผัสหินนี้แล้ว จิตความนึกคิดของเจ้าหล่อนก็หลั่งไหลมาเลย 

(คาร์ล่ากำลังใช้พลังสัมผัสหิน)


คาร์ล่า : ... อย่างที่คิดเลย ... น้องสาวของท่านพ่ออยู่ที่แผ่นดินนี้ 

(คาร์ล่ากำหยกแน่น)

คาร์ล่า : ต้องควานหาความคิดให้มากกว่านี้ ถ้าไล่ตามจิตในรูปแบบเดียวกันนี้ได้ ก็จะหาเจอว่าตอนนี้เจ้าหล่อนอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ 

คาร์ล่า :  ...อึก ... (คาร์ล่ากำลังใช้พลังสัมผัสหิน)

ชิน : เห็นอะไรมั้ย ?

คาร์ล่า : อ่า ... ชื่อของเธอคือ ... "เมเน่" 

คาร์ล่า :  ... เมเน่ ... ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ? ที่ไหน ? ... เมเน่ถูกกำหนดให้แต่งงานกับท่านพ่อ ถูกประกาศอย่างชัดเจนว่าห้ามไปปฏิสัมพันธ์กับสายเลือดอื่น ผู้หญิงแห่งสายเลือดต้นตระกูล (First Blood) ที่ถูกควบคุมจับตาอย่างเข้มงวด ... ทำไมถึงหายตัวไปได้ ?

ชิน : ... !! ... (ชินฟังอย่างตื่นเต้น)

คาร์ล่า : ทำไมกัน ? บอกฉันมาที เมเน่ ...

(คาร์ล่ากำลังใช้พลังสัมผัสหิน)

คาร์ล่า : ... มีบางอย่างขัดขวางอยู่ ... พลังของพี่น้อง กำลังขัดขวางการไล่ตามเมเน่อยู่งั้นเหรอ ? ตามหาจิตของเมเน่ที่อยู่นอกขุมนรกปีศาจนี้ไม่ได้เลย

ชิน : เขตอาคมพลังปีศาจของคาร์ลไฮนซ์ที่ล้อมรอบปราสาทนี้เป็นตัวขัดขวางเหรอ ?

คาร์ล่า : แบบนี้ ... ก็รู้สถานที่ของเมเน่อย่างแน่ชัดไม่ได้ ... เรื่องที่รู้ตอนนี้คือ แค่เรื่องที่เจ้าหล่อนหนีออกไปอย่างลับ ๆ จากขุมนรกปีศาจนี้เท่านั้น

ชิน : ชิ ! ... งั้นก็หมายความว่า ตราบใดที่ยังอยู่ที่นี่ ก็ไร้โอกาสตามหาร่องรอยของเมเน่สินะ 

คาร์ล่า : ... (ถอนหายใจ) ... น่าเจ็บใจจริง

--- แกร๊ก !!
*เสียงหยกร่วง*

ชิน : โอ๊ะโอ๋ ! พี่ ทำหินเม็ดสำคัญหล่นแล้วน่ะ

คาร์ล่า : พอรู้รูปแบบของจิตของเมเน่แล้ว ก็หมดธุระกับหินก้อนนั้นแล้ว ... ไปกันเถอะ

*เสียงคาร์ล่าเดินไป*

ชิน : ... เฮ่อ ... เพื่อความมั่นใจ ฉันพกหินก้อนนี้ไว้ดีกว่า ... พี่ รอด้วยสิ !

*เสียงชินวิ่งตาม*


*เสียงคาร์ล่าเดินและชินเดินตาม*

ชิน : ... ! พี่ จะไปไหนน่ะ ? ... อ๊ะ ! ทางนั้นมัน ! 

คาร์ล่า : ประตูใหญ่ที่ถูกผนึกไว้ไงล่ะ

ชิน : คิดจะทำอะไรน่ะ ?

คาร์ล่า : ดูเหมือนเมเน่จะหนีออกไปจากทางนั้น ฉันไล่ตามจิตที่หลงเหลืออยู่รอบ ๆ นี้มา 

ชิน : ... หา ? จากประตูใหญ่ ? แต่ว่าที่นั่นน่ะ ถูกปิดผนึกด้วยพลังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอยู่นี่ ?

คาร์ล่า : เรื่องที่ถึงพวกเราทั้งตระกูลถึงรวมพลังกันก็ยังทำลายไม่ได้เป็นความจริง ... แต่ว่า ... เมเน่ต้องใช้วิธีอะไรสักอย่างฝ่าผนึกนี้แล้วหนีออกไปได้แน่

ชิน : แล้วมันคือวิธีอะไรกันแน่ล่ะ ?

คาร์ล่า : ... ฮืม ... 

*เสียงคาร์ล่าเดินและชินเดินตาม หยุดกันทีหน้าประตู*

--- เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! 
*เสียงผนึกของประตู*

ชิน : ... โห ... จากที่นี่เหรอ ? ถึงจะยืนห่างขนาดนี้ ยังแทบจะขนลุกเปรี๊ยะ ๆ เลย รู้สึกได้ถึงพลังปีศาจที่แข็งแกร่งเลยล่ะ ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ผนึกที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะฝ่าออกไปได้เลยนะ

คาร์ล่า : ที่นี่น่าจะมีจิตของเมเน่ตกค้างอยู่ ... ถ้าหากได้สัมผัสถึงจิตนั่นล่ะก็ ... (เหมือนถอดถุงมือ)
ชิน : อ๊ะ ! พี่ ! การไปแตะต้องผนึกมันอันตรายนะ !
คาร์ล่า : ไม่ต้องมาหยุด !

--- เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ !

คาร์ล่า : อึ๊ก !!
ชิน : หุนหันไปแล้ว ! ถึงจะบอกว่าเป็นการสัมผัสจิตตกค้างใกล้ ๆ ก็เถอะ แต่แบบนี้พี่ก็ ... !
คาร์ล่า : ... อึ๊ก ... อยู่เงียบ ๆ ... น่า ... อย่ามาจับนะ
ชิน : อะ ! ... หนอย ... 
คาร์ล่า : ... อึก ... การจบสิ้นของสายเลือดเท่านั้น ... ที่ต้องทำการหลีกเลี่ยง ... ให้เร็วที่สุด
ชิน : หา ? พี่ ? นั่นมันหมายความว่าไง ?

--- เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ !

คาร์ล่า : อึ๊ก !! ... อึก ... อย่างที่คิดเลย ... ไม่ไหวเหรอ ? เวลาผ่านไปนานเกินไป ... แต่ว่า ... จะยอมถอยแค่นี้ได้ยังไง ! 

ชิน : ... พี่ ...

--- เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ !

คาร์ล่า : อั๊ก ! อ้าก ! อั๊ก !
ชิน : อ๊ะ !!
คาร์ล่า : ... อึก ! เห็นแล้ว ... นี่มัน ... ความมืด 
ชิน : ... !! เห็นอะไรเหรอ ?
คาร์ล่า : ถึงจะเลือนราง ... อย่างมาก ... แต่คืนที่มืดมิด 

--- เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ !

คาร์ล่า : อ้าก !!
  
ตุ๊บ !
*คาร์ล่าล้ม*

ชิน : พี่ ! ทำใจดี ๆ ไว้ !! 

*พยุงคาร์ล่าขึ้นมา* 

ชิน : ... ฮึบ ! ... เป็นอะไรรึเปล่า ?
คาร์ล่า : ... อ่า ...
ชิน : ... เฮ่อ ... โล่งอกไปที
คาร์ล่า : ... เมเน่ บางที ... ในคืนจันทรคราส
ชิน : หมายถึงอะไร ?

*คาร์ล่าพยุงตัวเองขึ้นมา*

คาร์ล่า : เห็นความมืดจากจิตที่หลงเหลืออย่างเลือนรางภายในม่านพลัง คงจะเป็นความทรงจำตอนที่เมเน่ฝ่าม่านพลังออกไป

ชิน : งั้นเหรอ ! พลังของแวมไพร์นั้นไวต่อการขึ้นลงของพระจันทร์ แค่เล็งตอนที่พลังอ่อนลงเท่านั้นก็พอ !

คาร์ล่า : อ่า ... แล้วในวันนั้นพลังของวงศ์ตระกูลเราจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุด

ชิน : ถ้ามีวันนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะทำลายไม่ได้สินะ

คาร์ล่า : ใช่ 

ชิน : ชิ ! ดันไม่เคยรู้สึกตัวถึงเรื่องง่าย ๆ แบบนั้นมาจนถึงป่านนี้เลยเนี่ย ! 

คาร์ล่า : สมมติว่าถึงจะรู้ตัวก็ตามที ... แต่ถ้าคืนจันทรคราสของโลกปีศาจนี้ไม่วนมาถึงจะทำเช่นไร ?

ชิน : มันก็ใช่อยู่หรอก ... แต่เมเน่ที่รู้ถึงเรื่องนั้นดันใช้จังหวะเหมาะหนีออกจากปราสาทไปเพียงคนเดียวซะได้ ! ทอดทิ้งพวกพ้อง ...  

คาร์ล่า : เมเน่ถูกคาร์ลไฮนซ์เสี้ยมสอนเอา ว่าให้หนีออกไปตอนคืนวันจันทรคราส ... จิตที่หลงเหลืออยู่ที่นี่ของผู้หญิงคนนี้บอกฉันมา ... 
           และเพื่อปกปิดเรื่องนั้น จึงได้ใช้พลังปีศาจของคาร์ลไฮนซ์ ลบความทรงจำเรื่องของเมเน่ออกจากพวกเราทั้งตระกูล .. ถ้าสืบรู้กันว่าผนึกอ่อนแรงในช่วงจันทรคราสจะแย่เอาได้สินะ ...
           เหล่าวงศ์ตระกูลที่อยู่ภายในขุมนรกแห่งนี้ที่กลายเป็นอาณาเขตของพลังปีศาจของคาร์ลไฮนซ์ การใช้พลังนั่นในการหลวกลวงก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ชิน : ... ชิ ! ยัยเมเน่ ! แอบติดต่ออย่างลับ ๆ กับคาร์ลไฮนซ์งั้นเหรอ !? ยัยคนทรยศ !!!!

คาร์ล่า : แต่ว่า ... ตอนนี้ต้องจับตัวคนทรยศนั่น และรับช่วงต่อสายเลือด ไม่งั้นพวกเราก็ไร้อนาคต

ชิน : ฮึ ! มีแต่จะทำให้อยากฆ่ายิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกนะ

คาร์ล่า : ถ้าหมดธุระแล้วจะทำแบบนั้นก็ได้ เพราะฉันไม่ใจอ่อนขนาดปล่อยให้คนทรยศ มีชีวิตอยู่หรอก

ชิน : ... เป็นแบบนั้นเองหรอกเหรอ ... ฮึ ๆ ๆ 

คาร์ล่า : อีกไม่นานโชคจะเข้าข้าง จันทรคราสของโลกปีศาจอีกไม่นานจะมาถึงที่นี่ จากหลายร้อยปีผ่านมาแล้วน่ะนะ 
           พลังของพระจันทร์จะสูญหายไป จะทำลายผนึกอย่างที่เมเน่ทำ ถ้าเป็นอิสระจากขุมนรกนี้ได้แล้วล่ะก็ ก็น่าจะไล่ตามจิตของเมเน่ได้ 
           ... พระจันทร์ ... เป็นพวกเดียวกับเราอยู่

ชิน : ... อ่า ... เฝ้ารอให้ค่ำคืนจันทรคราสมาซะแล้วสินะ พี่ ? 

คาร์ล่า : ใช่ ... 

ชิน : ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวกันแล้ว ขอให้ไม่ต้องกลับมาที่ปราสาทที่น่าหงุดหงิดนี่อีกเป็นครั้งที่สองด้วยเถอะ 

คาร์ล่า : ... นั่นสินะ

ชิน : ชักตื่นเต้นแล้วสิ ! ในที่สุดก็จะได้ออกไปจากที่นี่แล้ว

คาร์ล่า : ... อื้ม ...



ชิน : พอเป็นแบบนั้นพวกเราก็ได้เฝ้ารอเวลา ... ในคืนจันทรคราส ก็ได้หนีออกจากขุมนรกได้สำเร็จตามแผน ... 
       ในตอนที่ได้เป็นอิสระในค่ำคืนที่ท้องฟ้าไร้ดวงจันทร์พร้อมกับพี่ ร่างกายมันออกอาการเลยล่ะ ... ไม่อาจลืมได้เลย ... ท้องฟ้าของนรกนั่น ที่ไม่มีทั้งพระจันทร์และดวงดาว ... มีเพียงแค่ความมืดมิด ได้แต่ต้องทนแหงนมองขึ้นไป การบินไปบนท้องฟ้านั่น ... มันรู้สึกอธิบายไม่ถูกเลย
       ทั้งทีทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มและยังไม่คืบหน้าเลยแท้ ๆ ... แต่รู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่ามันจบสิ้นลงแล้ว
       อีกอย่างนึง หลังจากนั้น ข้อสรุปจากการที่พวกเราไล่ตามจิตของเมเน่ไป ก็ได้รู้ว่า เมเน่ได้ตายจากไปจากโลกนี้ด้วยโรค Endzeit แล้ว
       นึกว่าจะหมดหนทางซะแล้ว ... พวกเรา ก็ได้พบว่าเลือดของเมเน่ได้ถูกสืบทอดไปในตัวของมนุษย์ผู้หญิง
       แล้วผู้หญิงคนนั้น ... การที่ตัวผู้หญิงคนนั้นมาออกจะลำบากสักหน่อย ... แต่ตอนนี้ นอนหลับไปเพราะเพลียอยู่ข้าง ๆ ฉัน
       ในระหว่างที่คิดอยากจะฉีกเจ้าพวกนั้นออกเป็นชิ้น ๆ ... ฉันก็ลับเขี้ยวอย่างเงียบ ๆ 
       
ชิน : ใกล้จะเช้าแล้ว ... เวลาที่จะเปลี่ยนชะตากรรมแห่งความมืด ... ใกล้เข้ามาถึงขนาดนี้แล้ว  


---------------------------------------------------------------------
- FIN -
---------------------------------------------------------------------

❤❤❤ บ่นบลาๆๆๆ : track 1 ว่ายากแล้ว เจอ track 4 เข้าไปถึงกับสะอึก 
แปลไปงงไป ยากมากมาย  
track 4 อาจมีงงกันหน่อยนะคะ เพราะศัพท์ยากมากถึงยากที่สุด

ใคร งง คือ Track 1 จะเริ่มย้อนอดีตในฝันของคาร์ล่าใน Track 2 
ส่วน Track 2-3 จะเป็นตอนที่ยุยถูกจับมาแล้ว 
และ Track 4 คือ ชินนึกถึงเรื่องอดีต ค่ะ

**นำไปแจกจ่ายกรุณาให้เครดิต PearlzDeWitch**
*ถ้านำไปแอบอ้างจะเปลี่ยนวิธีเผยแพร่ค่ะ*